Page 100 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 100
เพียงใด ศาลแรงงานกลางจำตองฟงขอเท็จจริงใหยุติเปนที่แนนอนเสียกอนวา ขอ ๑ พนักงาน
ทีมขายตองมีสวนรวมในกระบวนการขายสินคาถึงขั้นตอนใดจึงจะมีสิทธิไดรับสวนแบงคาคอมมิชชั่น
จากการขายสินคานั้น ขอ ๒ ผูบริหารทีมขายของโจทกกำหนดสัดสวนการจายคาคอมมิชชั่นจาก
การขายสินคาแตละรายการตามฟองใหโจทกอยางไร ขอ ๓ จำเลยตกลงจายคาคอมมิชชั่นจาก
การขายสินคารายการที่ ๑ ใหพนักงานทีมขายของโจทกในอัตรา ๕ เปอรเซ็นต หรือไม ขอ ๔
จำเลยมีเงื่อนไขการจายคาคอมมิชชั่นจากการขายสินคารายการที่ ๒ และที่ ๓ ใหพนักงานทีมขาย
ของโจทกในอัตรา ๔.๕ เปอรเซ็นตไวอยางไร ขอ ๕ กำไรหลังหักคาใชจายในการขายที่ตองนำมา
ใชคำนวณอัตรารอยละกำไรหลังหักคาใชจายในการขายเปนจำนวนเทาไร ขอ ๖ ยอดขาย (ไมรวม
ภาษีมูลคาเพิ่ม) ของสินคาตามฟองแตละรายการเปนจำนวนเทาไร ขอ ๗ จำเลยมีสิทธิหักคา
คอมมิชชั่นทีมขายของโจทกจากการขายสินคาแตละรายการเปนจำนวนเทาไร และขอ ๘ โจทก
มีสิทธิไดรับคาคอมมิชชั่นจากการขายสินคาแตละรายการเปนจำนวนเทาไร แตศาลแรงงานกลาง
ยังไมไดรับฟงขอเท็จจริงและวินิจฉัยขอเท็จจริงดังกลาวมา คงวินิจฉัยแตเพียงสิทธิของทีมขาย
ในการเบิกคาคอมมิชชั่น เมื่อพนวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดจากเดือนที่เก็บเงินได และสิทธิของโจทก
ที่จะไดรับคาคอมมิชชั่นแมไมไดเปนผูตั้งเบิกหรือทำเอกสารเบิกจายดวยตนเอง โดยนำคาคอมมิชชั่น
ที่โจทกไดรับหลังลาออกที่ยังไมฟงขอเท็จจริงใหแนชัดเสียกอนวาเปนคาคอมมิชชั่นจากการขาย
สินคาใด ไดรับเพราะเหตุใด มาเปนเหตุผลแหงการวินิจฉัย ซึ่งสิทธิดังกลาวลวนแตเปนคนละ
ประเด็นกับสิทธิของโจทกในการที่จะไดรับสวนแบงคาคอมมิชชั่น แลวยังนำตัวเลขที่ยังไมไดฟง
เปนยุติมาใชประกอบการพิจารณากำหนดคาคอมมิชชั่นใหโจทกตามที่เห็นสมควรเอง โดยไมคำนึง
ถึงขอตกลงระหวางโจทกกับจำเลย คำพิพากษาศาลแรงงานกลางจึงไมชอบดวยพระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง ชอบที่ศาล
อุทธรณคดีชำนัญพิเศษจะมีคำสั่งยกคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางเสีย แลวยอนสำนวนให
ศาลแรงงานกลางรับฟงขอเท็จจริงดังกลาวขางตนใหชัดเจนเพียงพอแกการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็น
แหงคดีแลวพิพากษาใหมตามรูปคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๔๓
(๓) (ข) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๕๗ ทั้งนี้ ใหมีผลถึงการขายสินคารายการที่ ๒ ดวย เพราะการวินิจฉัยในสวนนี้ก็ตองอาศัย
ขอเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางจะรับฟงตอไป เมื่อวินิจฉัยดังนี้แลว คดีไมจำตองวินิจฉัยอุทธรณ
ขออื่นของจำเลยอีก เพราะไมเปนสาระแกคดีอันควรไดรับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธี
พิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง เนื่องจากไมทำใหผลของคดีเปลี่ยนแปลง
๙๐

