Page 12 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 12

จากการเลิกจาง โดยไมเปนธรรม ๑๓๒,๓๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของ

              ตนเงินแตละจำนวนดังกลาว นับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก และจายเงิน
              โบนัสประจำป ๒๕๕๘ เปนเงิน ๕๖,๒๗๑.๖๐ บาท แกโจทก

                       จำเลยใหการและแกไขคำใหการ ขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานภาค ๒ พิพากษาใหจำเลยจายคาชดเชย ๑๓๒,๓๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ย

              อัตรารอยละ ๑๕ ตอป สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา ๗,๐๕๖ บาท และคาเสียหายจาก

              การเลิกจางโดยไมเปนธรรม ๑๓๒,๓๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงิน
              แตละจำนวนดังกลาว นับแตวันฟอง (ฟองวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๙) จนกวาชำระเสร็จแกโจทก

              คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก

                       จำเลยอุทธรณ
                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานภาค ๒ ฟงขอเท็จจริง

              และวินิจฉัยวาจำเลยจางโจทกเปนลูกจางเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘ โจทกไดรับคาจางอัตรา

              สุดทายวันละ ๔๔๑ บาท จำเลยจายคาจางทุกวันที่ ๑๕ และทุกวันสิ้นเดือน เมื่อโจทกเลิกทำงาน

              ลวงเวลากะดึก ในเวลาประมาณ ๘.๓๐ นาิกา ของวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ โจทกและ

              นายศานติ ลูกจางจำเลยตำแหนงหัวหนาแผนกกลึงอะไหลเกียรรถยนต ซึ่งเปนหัวหนางานของ
              โจทก เขาพบนายรุงเพ็ชร ลูกจางจำเลยตำแหนงผูจัดการทั่วไปฝายบริหาร กับนางสาวเบญจวรรณ

              ลูกจางจำเลยตำแหนงผูจัดการฝายผลิต และนางสาวผลัฏฐกร ลูกจางจำเลยตำแหนงผูจัดการ

              ฝายบุคคล ที่หองประชุมตามคำสั่งของบุคคลทั้งสาม จากนั้นฝายจำเลยคือ นายรุงเพ็ชร นางสาว
              เบญจวรรณ และนางสาวผลัฏฐกร สอบถามโจทกและนายศานติกรณีมีหนังสือรองเรียนเรื่องชูสาว

              อีกทั้งนายรุงเพ็ชรไดพูดเรื่องโจทกทำงานลวงเวลามากกวาลูกจางอื่นกับเรื่องผลการประเมินการ

              ทำงานของลูกจางรั่วไหล เมื่อโจทกปฏิเสธไมลาออกก็หยิบยกเรื่องตาง ๆ รวมถึงผลกระทบตอ

              นางสาวอรทัย บุตรสาวโจทกที่ยังเปนลูกจางจำเลยขึ้นพูดรวมเปนเวลา ๑ ชั่วโมงเศษ เพื่อกดดัน

              บีบบังคับจนเปนเหตุใหโจทกไมสามารถทนไดเพื่อใหโจทกลาออกตามความประสงคของประธาน
              กรรมการบริษัทจำเลย โจทกจึงมิไดเขียนใบลาออกดวยความสมัครใจเอง แตเขียนเพราะถูกจำเลย

              กดดันบีบบังคับใหเขียน การที่จำเลยเลิกจางโจทกจึงเปนการเลิกจางโดยไมเปนธรรม และจำเลย

              ตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและคาชดเชยตามอัตราคาจางสุดทาย ๓๐๐ วัน
              แกโจทก แตเมื่อไมมีพยานหลักฐานใดมายืนยันวาโจทกไดรับการประเมินการทำงานในระดับ

              เกรดบีบวกดังที่อางในคำฟอง ทั้งไมมีพยานหลักฐานใดมายืนยันวาโจทกไดรับการประเมินการ

              ทำงานในระดับเกรดใด อันจะเปนผลใหโจทกมีสิทธิไดรับเงินโบนัสประจำป ๒๕๕๘ ประกอบกับ


                                                       ๒
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17