Page 13 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 13
จำเลยประกาศจายเงินโบนัสประจำป ๒๕๕๘ ใหแกลูกจางในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ ตาม
ประกาศที่ ๑๑/๒๕๕๘ เรื่องโบนัสประจำป ๒๕๕๘ ซึ่งตามประกาศดังกลาวกำหนดไวในขอที่ ๖.
วาลูกจางที่พนสภาพการเปนลูกจางกอนวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ ซึ่งเปนวันที่จำเลยจายเงิน
โบนัสประจำป ๒๕๕๘ จะไมไดรับเงินโบนัสประจำป ๒๕๕๘ โจทกจึงไมมีสิทธิไดรับเงินโบนัส
ประจำป ๒๕๕๘ จากจำเลย
คดีคงมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยขอ ๒.๑ ซึ่งเปนอุทธรณที่รับไวพิจารณา
เพียงขอเดียวในขอกฎหมายวา จำเลยตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา คาชดเชยและ
คาเสียหายจากการเลิกจางโดยไมเปนธรรมแกโจทกหรือไม เห็นวา คดีนี้ศาลอุทธรณคดีชำนัญ
พิเศษไมรับอุทธรณของจำเลยขอ ๒.๒ และขอ ๒.๓ เพราะเปนอุทธรณในขอเท็จจริง จึงตองรับฟง
ขอเท็จจริงเปนยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค ๒ วาโจทกมิไดเขียนใบลาออกดวยความ
สมัครใจเอง แตเขียนเพราะถูกจำเลยกดดันบีบบังคับใหเขียน อันถือวาเปนการเลิกจางโจทก
เมื่อไมปรากฏขอเท็จจริงวาการเลิกจางโจทกนั้นเปนกรณีโจทกกระทำการอันตองหามอยางหนึ่ง
อยางใดตามที่ระบุไวในประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๕๘๓ และพระราชบัญญัติ
คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ โจทกจึงมีสิทธิไดรับสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา
และคาชดเชยตามกฎหมาย ดังนั้น จำเลยตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา และคาชดเชย
พรอมดอกเบี้ยตามฟองใหแกโจทก อยางไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณแหงคดีวาโจทกมี
พฤติกรรมชูสาวกับหัวหนางานของโจทก ลูกจางคนอื่นตางสงสัยวาอาจเปนสาเหตุที่ทำใหโจทกได
สิทธิทำงานลวงเวลามากกวาลูกจางคนอื่นและไดรับการประเมินผลการทำงานในระดับเกรดบีบวก
ทำใหผูบริหารของจำเลยตองเรียกโจทกและหัวหนางานมาสอบถามจนเปนเหตุใหมีการเลิกจางโจทก
เมื่อไมปรากฏขอเท็จจริงวาผูบริหารของจำเลยกระทำไปเพื่อกลั่นแกลงโจทกแตประการใด การที่
จำเลยเลิกจางโจทกอันเนื่องมาจากมูลเหตุดังกลาวดวยพฤติกรรมของโจทกที่จำเลยไมไววางใจ
ใหทำงานตอไปได จึงถือวามีเหตุสมควร เพราะหากยังใหโจทกทำงานตอไปอาจกระทบกระเทือน
ตอระบบการบริหารงานบุคคลของจำเลยจนขาดประสิทธิภาพในการทำงานได เนื่องจากโจทกมี
พฤติกรรมชูสาวกับหัวหนางานของตน อันมีผลกระทบตอการปกครองระหวางหัวหนางานซึ่งเปน
ผูบังคับบัญชา กับโจทกซึ่งเปนผูใตบังคับบัญชา ทั้งเพื่อนรวมงานของโจทกก็ตางระแวงสงสัยวา
หัวหนางานดังกลาวเอื้อประโยชนใหแกโจทกมากกวาพนักงานคนอื่น ซึ่งมีผลกระทบตอหลักการ
บริหารทรัพยากรมนุษย จึงไมใชการเลิกจางโดยไมเปนธรรม ดังนั้น จำเลยไมจำตองจายคาเสียหาย
จากการเลิกจางใหแกโจทกที่ศาลแรงงานภาค ๒ วินิจฉัยมาในปญหาขอนี้นั้น ศาลอุทธรณ
คดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวยบางสวนเทานั้น อุทธรณของจำเลยจึงฟงขึ้นในผลเพียงบางสวน
๓

