Page 17 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 17

และนําเสนอผูรับเหมากอสรางโดยจำเลยคัดเลือกผูรับเหมากอสรางตามที่โจทกเสนอ และจายเงิน

              ใหแกผูรับเหมากอสรางตามใบเสนอราคาและตามสัญญารับเหมากอสราง อันแสดงใหเห็นวาโจทก
              ไดรับความไววางใจจากจําเลยใหทําหนาที่ในการสรรหาและตอรองราคากับผูรับเหมากอสราง

              แตโจทกกลับใชตําแหนงหนาที่และความไววางใจของจําเลยในการเอื้อประโยชนใหแกผูรับเหมา

              กอสรางและประพฤติตนเสมือนหนึ่งเปนผูรับเหมากอสรางเสียเองดังนี้ การกระทําของโจทกจึง

              เปนการแสวงหาหรือยินยอมใหผูอื่นแสวงหาประโยชนใด ๆ จากจําเลยอันเปนความผิดตาม

              ขอบังคับเกี่ยวกับการทํางานของจําเลย ขอ ๗.๒ (๖) ถือเปนการทุจริตตอหนาที่และกระทำประการ
              อื่นอันไมสมแกการปฏิบัติหนาที่ของตนใหลุลวงไปโดยถูกตองและสุจริต และไมเปนการเลิกจาง

              โดยไมเปนธรรม จำเลยจึงไมตองจายคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและคาเสียหาย

              จากการเลิกจางโดยไมเปนธรรม
                       ที่โจทกอุทธรณวา โจทกมีหนาที่เพียงควบคุมราคาที่จะจัดซอมเบื้องตนที่ผูรับเหมา

              กอสรางเสนอมาเทานั้น ไมมีอํานาจอนุมัติใหผูรับเหมากอสรางเขาทํางานก็ดี หากโจทกกระทํา

              ผิดกฎหมายอาญาอยางรายแรงดังที่จำเลยกลาวหา เหตุใดจําเลยไมดําเนินการแจงความรองทุกข

              ดําเนินคดีอาญาหรือดําเนินการฟองรองคดีอาญา และเรียกรองคาเสียหายใด ๆ กับโจทกก็ดี

              นางสาววรรณลพร เปนคูสัญญาที่แทจริงกับจําเลยเนื่องจากเอกสารทั้งหมดในการรับงานที่เสนอ
              กับจําเลยระบุชื่อนางสาววรรณลพร และนางสาววรรณลพรไมเคยทําความเสียหายหรือผิดสัญญา

              จางกับจำเลยก็ดี และโจทกมีหนาที่ตามปกติที่ตองเขาไปสั่งงานกับชางรับเหมากอสรางเพื่อใหงาน

              ออกมาเสร็จสมบูรณถูกตองตรงตามเวลาตามความตองการของจําเลยและลูกคาของจําเลย และ
              การประเมินของลูกคาถือวาโจทกทำงานไดดีมากก็ดีนั้น เห็นวา อุทธรณของโจทกดังกลาวลวนแต

              เปนการอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟงขอเท็จจริงวา

              โจทกไมไดปฏิบัติหนาที่เพื่อรักษาผลประโยชนของจำเลยและใชตำแหนงหนาที่และความไววางใจ

              ของจำเลยในการเอื้อประโยชนใหแกผูรับเหมากอสรางอันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหาม

              มิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา
              ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชํานัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา การกระทำของโจทกเปนการทุจริตตอ

              หนาที่ ฝาฝนขอบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีที่รายแรง และจำเลยเลิกจางโจทกโดย
              ไมเปนธรรมหรือไม เห็นวา พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มิไดใหความหมายคำวา

              “ทุจริต” ไวและมิไดใชคำวา “โดยทุจริต” ตามที่บัญญัติไวในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑)

              จึงตองใหความหมายวา “ทุจริต” ตามพจนานุกรม คือความประพฤติชั่ว โกง ไมซื่อตรง สวนการ


                                                      ๗
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22