Page 16 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 16

โจทกฟอง ขอใหบังคับจําเลยจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา ๕๐,๔๘๗ บาท

              คาเสียหายจากการเลิกจางโดยไมเปนธรรม ๕๐๔,๘๗๖ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕
              ตอปของตนเงินแตละจำนวน และคาชดเชย ๓๓๖,๕๘๔ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕

              ตอปของตนเงินจำนวนดังกลาว ทั้งนี้ นับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชําระเสร็จแกโจทก

                       จําเลยใหการ ขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟอง

                       โจทกอุทธรณ
                       ศาลอุทธรณคดีชํานัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา

              เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ โจทกเขาทำงานเปนลูกจางจำเลย ตำแหนงสุดทายวิศวกรอาวุโส

              ฝายบริการหลังการขาย ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๔๒,๐๗๓ บาท กำหนดจายคาจาง
              ทุกวันสิ้นเดือน ตอมาวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๑ จำเลยเลิกจางโจทกโดยใหมีผลในวันที่ ๒๖ ตุลาคม

              ๒๕๖๑ และวินิจฉัยวา โจทกเปนลูกจางจําเลย จึงมีหนาที่ทํางานตอบแทนใหแกจําเลยโดยการ

              ตรวจสอบการทํางานของผูรับเหมากอสรางใหเปนไปตามความตองการของลูกคา มิใชทําหนาที่

              เพื่อรักษาผลประโยชนใหแกผูรับเหมากอสราง การที่โจทกทราบดีวาผูรับเหมากอสรางที่แทจริง

              คือ นายศิวพร แตใชชื่อของนางสาววรรณลพร ซึ่งเปนนองสาวของนายศิวพรมาเสนอเปนผูรับเหมา
              กอสรางตอบริษัทจําเลย โดยนายศิวพรอางวาเพื่อใหตนจายภาษีเงินไดบุคคลธรรมดานอย

              ลงนั้น ถือเปนการทุจริตตอบริษัทจําเลยเพราะหากนายศิวพรกระทำผิดสัญญารับเหมากอสราง

              จําเลยก็ไมสามารถฟองรองหรือดําเนินคดีใด ๆ กับนายศิวพรซึ่งเปนคูสัญญาที่แทจริงใหปฏิบัติ
              ตามสัญญาหรือรับผิดตอจําเลยได ทั้งการที่นายศิวพรตองการจายภาษีเงินไดบุคคลธรรมดานอยลง

              ก็ไมใชธุระของโจทกที่จะตองดําเนินการใหเปนไปตามความประสงคของนายศิวพร ที่โจทกอางวา

              โจทกเขาไปชวยดูแลอํานวยความสะดวกใหแกผูรับเหมา เชน ควบคุมงานกอสรางแทนนายศิวพร

              จายเงินคาจางใหชางกอสราง และทวงเงินจากจําเลยที่จะตองจายใหแกผูรับเหมากอสรางนั้น

              ลวนแตแสดงใหเห็นวาโจทกในฐานะลูกจางของจําเลยไมไดปฏิบัติหนาที่เพื่อรักษาผลประโยชน
              ของจําเลย แตพฤติการณของโจทกเปนการเอื้อประโยชนใหแกผูรับเหมากอสรางและประพฤติตน

              เสมือนหนึ่งเปนผูรับเหมากอสรางเพื่อรับงานของจําเลยเอง ทั้งที่โจทกมีหนาที่ตองควบคุมผูรับเหมา

              กอสรางใหปฏิบัติงานตามสัญญาจางรับเหมา ที่โจทกอางวา จําเลยเปนผูลงนามอนุมัติการเลือก
              ผูรับเหมากอสรางและจําเลยจายเงินใหแกผูรับเหมากอสรางตามใบเสนอราคาที่ฝายควบคุม

              ราคาอนุมัตินั้น โจทกเปนวิศวกรอาวุโส ฝายบริการหลังการขาย เปนผูรูระเบียบและแนวทางปฏิบัติ

              ของจําเลยรวมทั้งรูราคากลางของจําเลยในการคัดเลือกผูรับเหมากอสราง จําเลยจึงใหโจทกสรรหา


                                                       ๖
   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21