Page 376 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 376

ลดเบี้ยปรับลงเปนจำนวนพอสมควรก็ได โดยคำนึงถึงทางไดเสียของเจาหนี้หรือโจทกทุกอยาง

              อันชอบดวยกฎหมาย ไมใชแตเพียงทางไดเสียในเชิงทรัพยสินตามประมวลกฎหมายแพงและ

              พาณิชยมาตรา ๓๘๓ วรรคหนึ่ง กลาวคือศาลแรงงานกลางจะตองคำนึงทางไดเสียของโจทกใน
              ฐานะเจาหนี้ทุกอยางอันชอบดวยกฎหมาย มิใชเฉพาะความเสียหายที่คำนวณไดเปนเงินเทานั้น

              นอกจากนี้เบี้ยปรับยังเปนการกำหนดขึ้นเพื่อลงโทษจำเลยซึ่งมีฐานะเปนลูกหนี้ผิดสัญญาจางงานดวย

              จึงชอบที่จะพิจารณามูลเหตุของการผิดสัญญาของลูกหนี้วาเปนการจงใจกระทำผิดสัญญา

              เพื่อแสวงหาประโยชนใสตนอันเปนการไดเปรียบกวาอีกฝายหนึ่งดวยหรือไม ศาลแรงงานกลาง
              จะใชดุลพินิจไมใหคาเสียหายสวนนี้เลยหาไดไม เพราะไมมีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพง

              และพาณิชยมาตราใดที่ใหอำนาจงดเบี้ยปรับเสียทั้งหมด การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยวา โจทก

              ไมสามารถนำสืบใหเห็นวาในการสงจำเลยไปฝกอบรมนั้นมีคาใชจายอะไร จำนวนเทาไหร จึงไม

              สามารถรับฟงไดวาโจทกไดรับความเสียหาย จึงไมกำหนดคาเสียหายใหแกโจทก จึงมีผลเทากับ
              ศาลแรงงานกลางงดเบี้ยปรับเสียทั้งหมด ไมไดใชดุลพินิจกำหนดเบี้ยปรับเปนจำนวนพอสมควร

              ดังนั้น จึงใหศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงเพิ่มเติมถึงทางไดเสียของโจทกทุกอยางอันชอบดวย

              กฎหมาย ไดแกจุดมุงหมายของขอสัญญาที่กำหนดวาภายในระยะเวลา ๒ ป นับจากจำเลยออก

              จากการเปนลูกจางของโจทก จำเลยจะตองไมไปเปนลูกจางหรือดำรงตำแหนงหรือเปนหุนสวน
              ในกิจการใด ๆ ที่ประกอบธุรกิจเปนคูแขงกับโจทก ความจำเปนที่ตองทำสัญญาไวเชนนี้

              ความสำคัญของตำแหนงหนาที่การงานของจำเลยตอโจทก ความเสียหายอื่นที่มิใชทรัพยสิน รวมตลอด

              ถึงเหตุผลที่จำเลยผิดสัญญาจางงานวาเปนการกระทำไปโดยจงใจเพื่อแสวงหาประโยชนใสตน

              เปนการไดเปรียบกวาอีกฝายหนึ่งหรือไมเสียกอน แลวใชดุลพินิจพิเคราะหถึงขอเท็จจริง
              ทางไดเสียของโจทกทุกอยางอันชอบดวยกฎหมายแลวกำหนดเบี้ยปรับเปนจำนวนพอสมควร

              ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมเห็นพองดวย อุทธรณของโจทกฟงขึ้น

              ที่โจทกอุทธรณตอไปวาเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ โจทกแจงใหจำเลยหยุดการทำงานกับ

              บริษัทเอเอเอฟ อินเตอรเนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด แตจำเลยยังคงทำงานตอไป การกระทำ
              ของจำเลยเปนการจงใจผิดสัญญามาตั้งแตแรก สงผลใหยอดขายของโจทกในป ๒๕๕๙ ลดลงไป

              ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยจะตองชดใชคาเสียหายใหแกโจทกเปนรายเดือนตลอดไปจนกวาจำเลย

              จะออกจากงานที่บริษัทดังกลาว และที่โจทกอุทธรณอีกวาโจทกเสียคาใชจาย ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท

              เพื่อสงจำเลยไปฝกอบรมความรูเกี่ยวกับผลิตภัณฑสินคาของโจทก ศาลแรงงานกลางจึงชอบที่จะ
              กำหนดคาเสียหายและคาใชจายในการลงทุนเพื่อสงเสริมความรูความสามารถของจำเลย เห็นวา

              คาเสียหายทั้งสองสวนที่โจทกเรียกรองจากจำเลยนี้ มิใชคาเสียหายที่กำหนดไวในสัญญาจาง


                                                     ๓๖๖
   371   372   373   374   375   376   377   378   379   380   381