Page 375 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 375

ซึ่งประกอบธุรกิจที่อยูนอกเหนือขอตกลงและนอกขอบเขตพื้นที่ที่หามได ลักษณะของขอตกลง

              ที่กอใหเกิดหนี้ในการงดเวนการกระทำตามที่กำหนดโดยความสมัครใจของคูกรณีเชนนี้ ไมเปน

              การตัดการประกอบอาชีพของจำเลยทั้งหมดเสียทีเดียว เพียงแตเปนการหามประกอบอาชีพ
              บางอยางที่เปนการแขงขันกับโจทกในระยะเวลาหนึ่งเทานั้น ลักษณะขอหามของโจทกกระทำไป

              เพื่อปกปองขอมูลความลับและธุรกิจการคาของโจทกใหอยูรอดดำเนินการตอไปได จึงเปนสัญญา

              ตางตอบแทนที่รักษาสิทธิและประโยชนของคูกรณีที่เปนไปโดยชอบในเชิงของการประกอบธุรกิจ

              ไมเปนการเกินสมควรหรือเอาเปรียบกันในการทำสัญญา อันจะเขาลักษณะขอสัญญาที่ไมเปนธรรม
              ขอตกลงดังกลาวยอมมีผลใชบังคับได โจทกจึงมีสิทธิบังคับจำเลยใหหยุดการกระทำที่ฝาฝน

              ขอสัญญาดังกลาวได เปนขอตกลงที่ชอบดวยกฎหมาย ไมขัดตอรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย

              และความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษา

              หามจำเลยทำงานใหแกบริษัทเอเอเอฟ อินเตอรเนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือบริษัทอื่นที่
              ประกอบกิจการประเภทเดียวกันกับโจทกภายในระยะเวลา ๒ ป นับแตวันที่จำเลยออกจากงาน

              จึงชอบดวยกฎหมายแลวศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของจำเลยขอนี้

              ฟงไมขึ้น

                       ปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยประการสุดทายวา คำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
              ไมมีสภาพบังคับเพราะสภาพแหงหนี้ไมเปดชองใหบังคับคดีไดหรือไมนั้น เห็นวา คำพิพากษาของ

              ศาลแรงงานกลางเปนการพิพากษาตามขอตกลงในสัญญาจางงานที่กอใหเกิดหนี้ในการงดเวน

              การกระทำตามที่กำหนดโดยความสมัครใจของคูกรณีซึ่งมีผลใชบังคับไดดังที่กลาวมาแลวในขางตน

              อีกทั้งยังสามารถดำเนินการบังคับคดีไดตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง
              มาตรา ๓๕๙ คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการแรกวา โจทกมีสิทธิไดรับ

              คาเสียหายจากการที่จำเลยจงใจกระทำผิดสัญญาจางงานหรือไม ที่โจทกอุทธรณวา สัญญาจางงาน

              ที่พิพาทไดกำหนดเบี้ยปรับจากการกระทำผิดสัญญาจางของจำเลยไวชัดแจงแลว ศาลแรงงานกลาง

              จึงไมมีอำนาจงดเบี้ยปรับได เห็นวา สัญญาจางงานเอกสารหมาย จ.๕ ขอ ๖.๓ ระบุวา ในกรณีที่
              ลูกจางฝาฝนเงื่อนไขในขอไมทำการเปนคูแขง นายจางมีสิทธิบังคับลูกจางใหหยุดการกระทำที่

              ฝาฝนนั้นได โดยนายจางยังมีสิทธิเรียกรองใหลูกจางชดใชคาสินไหมทดแทนความเสียหายใหแก

              นายจางเปนจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยอมเปนขอสัญญาที่มีลักษณะเปนการกำหนดคาเสียหาย

              จากการผิดสัญญาไวลวงหนา จึงเปนเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๓๗๙
              และ ๓๘๐ ซึ่งไมจำตองพิสูจนถึงความเสียหายที่แทจริงโดยพยานหลักฐานอันใดอีก และเบี้ยปรับ

              เปนสวนหนึ่งของคาเสียหาย หากกำหนดไวสูงเกินสวน ศาลแรงงานกลางมีอำนาจใชดุลพินิจ


                                                     ๓๖๕
   370   371   372   373   374   375   376   377   378   379   380