Page 412 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 412

กิจการโดยมีผลตามกฎหมายในวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ แมโจทกที่ ๕ และที่ ๖ มีหนังสือแจง

              ความประสงคบอกเลิกสัญญาจางกอนวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ ก็ถือไดวาโจทกที่ ๕ และที่ ๖

              ใชสิทธิบอกเลิกสัญญาจางภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงจากนายจางตามฎหมายแลว
              และกรณีการเรียกคาชดเชยพิเศษ และคาชดเชยพิเศษแทนการบอกกลาวลวงหนา กฎหมาย

              กำหนดใหลูกจางตองยื่นคำรองตอคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานภายในสามสิบวัน นับแตวัน

              ครบกำหนดการจายคาชดเชยพิเศษ หรือคาชดเชยพิเศษแทนการบอกกลาวลวงหนา เมื่อ

              คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานมีคำสั่งดังกลาวแลว หากลูกจางไมพอใจจะตองอุทธรณคำสั่งดังกลาว
              ตอศาลภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดทราบคำสั่งตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

              มาตรา ๑๒๐ วรรคทาย (เดิม) ดังนั้นการที่โจทกที่ ๕ และที่ ๖ ไมไดยื่นคำรองตอคณะกรรมการ

              สวัสดิการแรงงานเพื่อใหพิจารณาและวินิจฉัยกรณีดังกลาวกอนภายในสามสิบวันนับแตวัน

              ครบกำหนดการจายคาชดเชยพิเศษดังกลาว จึงเปนการที่โจทกที่ ๕ และที่ ๖ ยังไมไดปฏิบัติตาม
              ขั้นตอนและวิธีการที่กฎหมายบัญญัติไว โจทกที่ ๕ และที่ ๖ จึงไมมีอำนาจฟองจำเลยใหจาย

              คาชดเชยพิเศษ และคาชดเชยพิเศษแทนการบอกกลาวลวงหนา เมื่อโจทกที่ ๕ และที่ ๖ มีหนังสือ

              บอกเลิกสัญญาจางตอจำเลยโดยความสมัครใจเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๐ และโจทกที่ ๕ และที่ ๖

              ไมไดไปทำงานใหแกจำเลยอีกตอไป จำเลยจึงไมตองรับผิดจายคาจางระหวางวันที่ ๒๐ ถึงวันที่
              ๒๘ กุมภาพันธ ๒๕๖๐ และเปนกรณีที่จำเลยไมไดเลิกจางโจทกที่ ๕ และที่ ๖ จึงไมใชเปนการ

              เลิกจางที่ไมเปนธรรม จำเลยจึงไมตองรับผิดชำระคาเสียหายใหแกโจทกที่ ๕ และที่ ๖

                       โจทกที่ ๕ และที่ ๖ อุทธรณในขอ ๒.๑ วา การยายสถานประกอบกิจการของจำเลยเปน

              การกระทำที่ไมสุจริตโดยจำเลยมีเจตนาที่จะเลิกจางโจทกที่ ๕ และที่ ๖ มาตั้งแตแรก จำเลยหยิบยก
              เรื่องการยายสถานประกอบกิจการมาเปนสาเหตุ เนื่องจากผูถือหุนกลุมใหมไดเขามาซื้อกิจการ

              ของจำเลยโดยผูถือหุนกลุมใหมหวังแตเพียงกลุมลูกคาของจำเลยเดิมเทานั้น มิไดตองการให

              ลูกจางเดิมของจำเลยยายไปทำงานดวย และสำนักงานแหงใหมก็เปนที่ตั้งของสำนักงานของ

              ผูถือหุนใหม เห็นวา แมโจทกที่ ๕ และที่ ๖ จะกลาวอางในคำฟองวาการกระทำของจำเลยมีเจตนา
              ที่จะเลิกจางโจทกที่ ๕ และที่ ๖ โดยไมชอบดวยกฎหมาย แตศาลแรงงานกลางมิไดกำหนดเปน

              ประเด็นขอพิพาทไวเพียงแตกำหนดประเด็นขอพิพาทวาการเลิกจางโจทกที่ ๕ และที่ ๖ เปนการ

              เลิกจางที่ไมเปนธรรมหรือไม และศาลแรงงานกลางไดวินิจฉัยวาโจทกที่ ๕ และที่ ๖ มีหนังสือ

              บอกเลิกสัญญาจางในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๐ โดยไมประสงคจะไปทำงานใหแกจำเลยอีกตอไป
              การที่โจทกที่ ๕ และที่ ๖ ไมไปทำงานใหแกจำเลยเปนความประสงคโดยสมัครใจของโจทกที่ ๕

              และที่ ๖ เอง เปนเหตุใหสัญญาจางสิ้นสุดลง จำเลยไมไดเลิกจางโจทกที่ ๕ และที่ ๖ การที่โจทก


                                                     ๔๐๒
   407   408   409   410   411   412   413   414   415   416   417