Page 417 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 417

โจทกทั้งสามและจำเลยอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานภาค ๔ ฟงขอเท็จจริง

              แลววินิจฉัยวาในการกูยืมเงินของโจทกทั้งสามใชระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุนสงเคราะห
              เจาหนาที่สหกรณ พ.ศ. ๒๕๕๖ แตตามรายงานการประชุมคณะกรรมการเงินกองทุนสงเคราะห

              เจาหนาที่สหกรณ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๐ ไมมีการประชุมกันจริง โจทกที่ ๓ เปนผูเขียนรายงานการ

              ประชุมดังกลาว โดยโจทกทั้งสามมีเจตนากูยืมเงินจากเงินกองทุนสงเคราะหเจาหนาที่สหกรณ

              ที่ไมเปนไปตามระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุนสงเคราะหเจาหนาที่สหกรณ พ.ศ. ๒๕๕๖
              ขอ ๑๐ (๑) (๓) ขอ ๑๓ (๒) เปนการจัดทำรายงานการประชุมอันเปนเท็จเพื่อเปนหลักฐานประกอบการ

              กูยืมเงินอันเปนการทุจริตตอหนาที่ทำใหระบบการเงินของจำเลยขาดสภาพคลอง ผูจัดการของ

              จำเลยตองไปขอใหสหกรณการเกษตรเมืองหนองหาน จำกัด นำเงินไปฝากกับจำเลย การกระทำ

              ของโจทกทั้งสามเปนการทำผิดระเบียบจำเลย วาดวยเจาหนาที่ และขอบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
              พ.ศ. ๒๕๕๖ หมวด ๑๓ วินัยและโทษ ขอ ๕๑ (๔) (๖) ขอ ๕๓ (๔) (๕) และขอ ๕๔ (๑) (๒) จำเลย

              เลิกจางโจทกทั้งสามไดโดยไมตองจายคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา เงินบำเหน็จ

              ไมเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรม ไมตองรับโจทกทั้งสามกลับเขาทำงานและชดใชคาเสียหายใด ๆ

              และเปนการใชสิทธิของลูกจางในการกูยืมเงินสวัสดิการโดยไมสุจริต ทำใหจำเลยขาดสภาพคลอง
              ในทางการเงินอันเปนการละเมิดตอจำเลย ทำใหจำเลยไดรับความเสียหาย ตองคืนเงินที่คางชำระ

              คืนแกจำเลยพรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับแตวันที่จำเลยฟองแยงเปนตนไป แตการ

              ที่จำเลยรับโจทกทั้งสามเขาทำงานโดยเรียกหลักประกันการทำงานหรือประกันความเสียหายใน

              การทำงานจากโจทกทั้งสาม โดยใหโจทกทั้งสามนำโฉนดที่ดิน ๓ แปลงดังกลาวจดทะเบียนจำนอง
              วงเงินประกัน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท และ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตามลำดับ กอนประกาศใช

              ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงาน หรือ

              หลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งมีผลใชบังคับเมื่อวันที่ ๔

              กรกฎาคม ๒๕๕๑ แตจำเลยมิไดดำเนินการใหมีหลักประกันไมเกินจำนวนมูลคาของหลักประกัน
              ตามที่กำหนดไวในประกาศภายในสามสิบวัน เปนการฝาฝนประกาศกระทรวงแรงงานดังกลาว

              ยอมตกเปนโมฆะ จำเลยตองคืนโฉนดที่ดินทั้งสามแปลงดังกลาวโดยปลอดจำนองแกโจทกทั้งสาม

                       ที่โจทกทั้งสามอุทธรณตามขอ ๒.๓ และขอ ๒.๔ วา ศาลแรงงานภาค ๔ วินิจฉัยโดย

              เชื่อพยานบุคคลของจำเลย ซึ่งลวนแตเปนผูมีสวนไดเสียและอาจตองรับผิดชอบในการกูยืมเงิน
              ของโจทกทั้งสามก็ดี พยานบุคคลเบิกความลอย ๆ ไมมีพยานอื่นนำสืบสนับสนุนก็ดี มิไดหยิบยก

              พยานเอกสารและพฤติการณเกี่ยวกับการกูยืมเงินของโจทกทั้งสามขึ้นวินิจฉัยก็ดี พยานที่เกี่ยวของ


                                                     ๔๐๗
   412   413   414   415   416   417   418   419   420   421   422