Page 423 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 423

ความนับแตวันที่จำเลยปลอยสินเชื่อแตอยางใด และอายุความการทำหนังสือรับสภาพความรับผิด

              ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๙๓/๓๕ นั้น ใชเฉพาะกับกรณีความรับผิดตาม
              ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๙๓/๒๗ และมาตรา ๑๙๓/๒๘ วรรคสอง มิใชนำมาใช

              กับการทำหนังสือรับสภาพหนี้ตอเจาหนี้ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๙๓/๑๔

              และมาตรา ๑๙๓/๑๕ แตอยางใด

                       ปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยมีวา คดีโจทกขาดอายุความแลวหรือไม เห็นวา

              เมื่อคำฟองของโจทกกลาวอางวา จำเลยเปนพนักงานของโจทกตำแหนงผูจัดการ อนุมัติปลอย
              สินเชื่อเพื่อที่อยูอาศัยใหแกลูกคาของโจทกโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังเปนเหตุให

              โจทกไดรับความเสียหาย ๗ ราย โดยไมไดพิจารณาคุณสมบัติของลูกคาทั้งไมไดตรวจสภาพของ

              หลักประกัน เปนการไมตั้งใจปฏิบัติหนาที่ใหเปนไปตามระเบียบและคำสั่งของโจทก อันเปนการ
              กลาวอางวาการกระทำของจำเลยเปนการกระทำละเมิดและปฏิบัติผิดสัญญาจางแรงงานดวยใน

              คราวเดียวกัน การนับอายุความตองเริ่มนับแตขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกรองไดเปนตนไปตาม

              ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา๑๙๓/๑๒ ซึ่งวันที่โจทกมีสิทธิเรียกรองในกรณีนี้คือ

              วันที่จำเลยกระทำละเมิดและปฏิบัติผิดสัญญาจางแรงงาน หาใชวันที่โจทกทราบการกระทำผิด

              ของจำเลยหรือวันที่แจงคำสั่งลงโทษทางวินัยหรือแจงใหรับผิดทางแพงใหจำเลยทราบแตอยางใด
              เมื่อขอเท็จจริงฟงเปนยุติวา จำเลยเปนผูจัดการสาขาทำหนาที่อนุมัติเงินกู ซึ่งเปนขั้นตอนสุดทาย

              ในกระบวนการขอกูเงินโจทก วันที่โจทกมีสิทธิเรียกรองก็คือวันที่จำเลยอนุมัติเงินกูแตละราย

              เมื่อจำเลยอนุมัติใหลูกคา ๗ ราย กูเงินไประหวางป ๒๕๓๙ ถึงป ๒๕๔๐ อายุความจึงตองเริ่มนับ
              อยางชาที่สุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๐ เมื่อจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไวตอโจทกในวันที่

              ๒๙ กันยายน ๒๕๕๑ มีขอความวา ตามที่จำเลยในขณะดำรงตำแหนงผูจัดการสาขาสี่แยกบานแขก

              ปฏิบัติหนาที่ผิดระเบียบและคำสั่งของโจทก ไดรับโทษทางวินัยจากกรณีอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู

              อาศัยใหแกลูกหนี้รายยอยที่นางปรียา นำมาขอกูเพื่อซื้อบานในโครงการหมูบานรสสุคนธ ๑๘ ราย

              รวมเปนเงิน ๒๕,๗๓๐,๐๐๐ บาท หากตอไปโจทกไดรับความเสียหายใหจำเลยรับผิดในทางแพง
              ชดใชความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติผิดระเบียบและละเมิดผิดสัญญาจางตอโจทก โดยเพียง

              วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๑ มีลูกหนี้ที่ยังคงมีภาระหนี้อยูกับโจทกรวม ๗ ราย เปนตนเงินและ

              ดอกเบี้ย ๙,๘๘๓,๒๓๖.๗๙ บาท (คำนวณยอดหนี้คาเสียหาย) และดอกเบี้ยตามกฎหมายของ
              ตนเงิน ๖,๑๕๙,๗๘๐.๙๒ บาท นับแตวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๑ เปนตนไป จนกวาจะชำระเสร็จสิ้น

              หนังสือรับสภาพหนี้ดังกลาวจึงจัดทำขึ้นหลังจากหนี้ขาดอายุความแลว จึงไมมีผลเปนหนังสือรับ

              สภาพหนี้ แตเปนการที่จำเลยรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเปนหนังสือ ซึ่งโจทกตองฟอง


                                                     ๔๑๓
   418   419   420   421   422   423   424   425   426   427   428