Page 422 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 422
จำเลยอุทธรณ
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางรับฟงขอเท็จจริงวา
ระหวางที่จำเลยดำรงตำแหนงผูจัดการสาขาสี่แยกบานแขกในระหวางป ๒๕๓๙ ถึงป ๒๕๔๐
อนุมัติสินเชื่อโครงการที่อยูอาศัยหมูบานรสสุคนธโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังและ
ไมเปนไปตามระเบียบของโจทก เปนเหตุใหลูกคาของโครงการดังกลาว ๗ ราย มีปญหาในการผอน
ชำระสินเชื่อใหแกโจทก โจทกดำเนินการฟองรอง บังคับคดี ติดตามยึดทรัพยออกขายทอดตลาด
และฟองลมละลายลูกคาทั้ง ๗ ราย ครบถวนแลว ตอมาโจทกตั้งกรรมการสอบสวนการกระทำ
ความผิดของจำเลย และมีคำสั่งลดเงินเดือนจำเลยรอยละ ๑๒.๕ ตามคำสั่งที่ ธ. ๗๐๓/๒๕๔๗
เรื่อง ลดเงินเดือนพนักงาน โจทกมีหนังสือแจงใหจำเลยรับผิดทางแพงชดใชความเสียหายที่เกิด
จากการปฏิบัติงานผิดระเบียบคืนเงินใหแกโจทกเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๗ แตจำเลยไมได
ชำระใหโจทก จำเลยอุทธรณคำสั่งดังกลาวของโจทกแตโจทกมีคำสั่งยืนโทษทางวินัยและโทษทางแพง
ตามคำสั่งที่ ธ. ๗๐๓/๒๕๔๗ และหนังสือที่ วนส. ๑๔๐๕๘/๒๕๔๗ สำหรับความรับผิดทางแพงนั้น
วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๑ จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไวตอโจทกโดยยอมรับผิดชดใชคาเสียหาย
ที่เกิดจากการที่จำเลยอนุมัติสินเชื่อใหแกลูกคาโครงการหมูบานรสสุคนธจำนวน ๑๘ ราย และ
พบวามีลูกหนี้มีภาระหนี้อยูกับธนาคาร ๗ ราย เปนตนเงินและดอกเบี้ย ๙,๘๘๓,๒๓๖.๗๙ บาท
และดอกเบี้ยของตนเงิน ๖,๑๕๙,๗๘๐.๙๒ บาท นับแตวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๑ เปนตนไป
จนกวาจะชำระเสร็จ แลววินิจฉัยวา จำเลยมีหนาที่ตองรับผิดชดใชคาเสียหายที่คางชำระจำนวน
ดังกลาวทั้งหมดคืนใหแกโจทกตามหนังสือรับสภาพหนี้ เมื่อจำเลยไมชำระหนี้ตามหนังสือ
รับสภาพหนี้ดังกลาว ถือวาเปนการโตแยงสิทธิของโจทกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง
มาตรา ๕๕ แลว โจทกยอมมีอำนาจฟองจำเลยใหรับผิดจากการกระทำละเมิดของจำเลย ที่จำเลย
ตอสูวาโจทกขมขูใหจำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้โดยจำเลยไมสมัครใจนั้น ไมสามารถ
รับฟงได โจทกมีหนังสือแจงใหจำเลยรับผิดทางแพงชดใชความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติงาน
ผิดระเบียบคืนเงินใหแกโจทกเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๗ ซึ่งนับระยะเวลาตั้งแตวันที่ ๒๘
ธันวาคม ๒๕๔๗ ถึงวันที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๑ ถือวาจำเลย
รับสภาพหนี้ภายในระยะ ๑๐ ป นับแตวันทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๔๔๘
วรรคหนึ่ง แลว อันเปนเหตุใหอายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับอายุความใหมตั้งแตวันที่
๒๙ กันยายน ๒๕๕๑ เปนตนไป ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๙๓/๑๔ (๑)
และมาตรา ๑๙๓/๑๕ เมื่อโจทกฟองคดีนี้เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ จึงยังไมพน ๑๐ ป
นับแตวันที่อายุความสะดุดหยุดลง คดีของโจทกไมขาดอายุความ กรณีของจำเลยไมใชนับอายุ
๔๑๒

