Page 418 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 418

กับการลงนามในรายงานการประชุมไมมีน้ำหนักนาเชื่อถือ มีขอพิรุธก็ดี มิไดหยิบยกขอเท็จจริง

              กรณีคณะกรรมการดำเนินการ ชุดที่ ๔๐ มีมติใหแกไขระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุนสงเคราะห

              เจาหนาที่สหกรณ พ.ศ. ๒๕๖๐ และคณะทำงานเงินกองทุนสงเคราะหเจาหนาที่สหกรณมีมติ
              ใหโจทกทั้งสามสามารถกูยืมเงินไดก็ดี คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยคนหนึ่งมีสาเหตุโกรธเคือง

              และมีปญหาขัดแยงในการทำงานกับโจทกทั้งสาม ไมเปดโอกาสใหโจทกทั้งสามชี้แจงขอกลาวหา

              หรือนำพยานบุคคลและพยานเอกสารเขาชี้แจงขอกลาวหาก็ดี มิไดหยิบยกกรณีผูจัดการจำเลย

              ออกหลักฐานพรอมประทับตราสำคัญของจำเลย จำเลยหักเงินเดือนของโจทกทั้งสามชำระเงินกู
              มาตลอดทำใหพยานโจทกทั้งสามมีน้ำหนักนาเชื่อถือ ขอตอสูของจำเลยไมมีน้ำหนักนาเชื่อถือ

              และมีเหตุระแวงสงสัยวาพยานบุคคลของจำเลยมิไดเบิกความตามความเปนจริงก็ดี คำสั่งของ

              จำเลยที่ ๑๑/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ ที่ใหโจทกทั้งสามออกจากการเปนลูกจางเปน

              คำสั่งที่ไมชอบ และการที่คณะกรรมการดำเนินการของจำเลยมีมติเปลี่ยนโทษเปนไลออกตาม
              คำสั่งของจำเลยที่ ๑/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑ เปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมก็ดี พยาน

              หลักฐานของจำเลยยังไมพอรับฟงวาโจทกทั้งสามมีเจตนาทุจริตตอหนาที่ และจงใจไมปฏิบัติตาม

              ระเบียบเปนเหตุใหจำเลยขาดสภาพคลองทางการเงินทำใหจำเลยเสียหายอยางรายแรงก็ดี เห็นวา

              ลวนแตเปนการอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานภาค ๔ อันเปน
              อุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดี

              แรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       สวนที่โจทกทั้งสามอุทธรณตามขอ ๒.๑ และขอ ๒.๒ วา การที่ศาลแรงงานภาค ๔

              วินิจฉัยวาระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุนสงเคราะหเจาหนาที่สหกรณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ไมมีผล
              ใชบังคับ โดยตองบังคับตามระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุนสงเคราะหเจาหนาที่สหกรณ

              พ.ศ. ๒๕๕๖ นั้น ไมถูกตอง เนื่องจากมิใชเปนการแกไขขอบังคับสหกรณตามพระราชบัญญัติสหกรณ

              พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง ที่จะกระทำไดก็แตโดยมติที่ประชุมใหญ และตองนำขอบังคับ

              ที่แกไขเพิ่มเติมไปจดทะเบียนตอนายทะเบียนสหกรณภายในสามสิบวัน จำเลยสามารถออกระเบียบ
              วาดวยเงินกองทุนสงเคราะหเจาหนาที่สหกรณโดยชอบดวยตนเอง โดยไมตองไดรับความเห็นชอบ

              จากนายทะเบียนสหกรณหรือนำไปจดทะเบียนกอน ดังนั้น ระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุน

              สงเคราะหเจาหนาที่สหกรณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่มีการแกไขจึงมีผลใชบังคับได สัญญากูยืมเงินของ

              โจทกทั้งสามจึงมีผลผูกพันตามกฎหมาย การที่ศาลแรงงานภาค ๔ วินิจฉัยวาโจทกทั้งสามกูยืมเงิน
              ไมเปนไปตามระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุนสงเคราะหเจาหนาที่สหกรณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จึงเปน

              การไมชอบนั้น เห็นวา คดีนี้โจทกทั้งสามฟองวาจำเลยเลิกจางโจทกทั้งสามโดยไมเปนธรรม จำเลย


                                                     ๔๐๘
   413   414   415   416   417   418   419   420   421   422   423