Page 427 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 427

การไฟฟาสวนภูมิภาคที่ ว.๒/๒๕๖๑ เรื่อง ลงโทษวินัยพนักงาน โดยลงโทษปลดโจทกออกจาก

              งานตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัยรายแรง เมื่อจำเลยไดรับรายงานความเห็น

              จากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังกลาว จำเลยตองปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา
              ดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙๓ ที่บัญญัติใหตองพิจารณา

              ลงโทษโจทกภายในสามสิบวันนับแตไดรับเรื่อง และตองสงสำเนาคำสั่งลงโทษไปใหคณะกรรมการ

              ป.ป.ช. ทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดออกคำสั่ง การที่จำเลยพิจารณาโทษทางวินัยของโจทก

              แลวลงโทษโจทกดวยการปลดออกจากงานตามคำสั่งของจำเลยที่ ว.๒/๒๕๖๑ เปนกรณีที่จำเลย
              ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย และจำเลยตองถือเอารายงานและความเห็นของคณะกรรมการ

              ป.ป.ช. เปนสำนวนการสอบสวนทางวินัย คำสั่งของจำเลยดังกลาวจึงเปนคำสั่งที่ชอบดวยกฎหมาย

              แลว ไมมีเหตุใหเพิกถอนและไมถือวาเปนการเลิกจางโดยไมเปนธรรมจำเลยจึงไมตองรับโจทก

              กลับเขาทำงานและไมตองชดใชคาเสียหายแกโจทก
                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกขอ ๒.๒.๑ วา คำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง

              เปนคำพิพากษาที่ชอบดวยกฎหมายหรือไม เห็นวา แมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

              วาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙๓ บัญญัติวา เมื่อไดรับรายงาน

              ตามมาตรา ๙๒ วรรคหนึ่ง และวรรคสามแลว ใหผูบังคับบัญชาหรือผูมีอำนาจแตงตั้งถอดถอน
              พิจารณาลงโทษภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับเรื่อง และใหผูบังคับบัญชาหรือผูมีอำนาจแตงตั้ง

              ถอดถอนสงสำเนาคำสั่งลงโทษดังกลาวไปใหคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบภายในสิบหาวันนับแต

              วันที่ไดออกคำสั่ง จำเลยในฐานะผูบังคับบัญชาของโจทกตองพิจารณาโทษทางวินัยแกโจทก โดย

              ในการพิจารณาโทษทางวินัยใหถือวารายงานเอกสารและความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
              เปนสำนวนการสอบสวนทางวินัยของคณะกรรมการสอบสวนวินัย ตามกฎหมายหรือระเบียบหรือ

              ขอบังคับวาดวยการบริหารงานบุคคลของจำเลยตามมาตรา ๙๒ และไมอาจเปลี่ยนแปลงฐาน

              ความผิดไปจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดดังกลาวแลวก็ตาม แตในชั้นฟองคดี

              ตอศาลนั้น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต
              พ.ศ. ๒๕๔๒ มิไดบัญญัติใหศาลตองถือเอารายงานและความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปน

              ขอเท็จจริงในสำนวนความ มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มิไดเปนการใชอำนาจโดยตรงตาม

              รัฐธรรมนูญที่เปนการวินิจฉัยชี้ขาดขององคกรตามรัฐธรรมนูญ ศาลแรงงานกลางซึ่งเปนองคกร

              ที่ใชอำนาจตุลาการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย และ
              พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงมีอำนาจตรวจสอบ

              ความชอบดวยกฎหมายของกระบวนการพิจารณาเพื่อมีมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่


                                                     ๔๑๗
   422   423   424   425   426   427   428   429   430   431   432