Page 419 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 419

ใหการและฟองแยงวาโจทกทั้งสามกระทำการทุจริตตอหนาที่ ฝาฝนขอบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

              ระเบียบ หรือคำสั่งของจำเลย โดยรวมกันทำเอกสารเท็จ ปลอมรายงานการประชุมคณะทำงาน

              เงินกองทุนสงเคราะหเจาหนาที่สหกรณวามีมติอนุมัติใหโจทกทั้งสามและบุคคลอื่นรวม ๗ คน
              กูยืมเงิน โดยโจทกทั้งสามไมไดเสนอคำขอกูยืมเงินใหผูบังคับบัญชาชั้นตนและผูจัดการตรวจสอบ

              กลั่นกรองกอน หักกลบลบหนี้โดยไมผานการตรวจสอบจากผูจัดการ โจทกทั้งสามตางเปน

              ผูค้ำประกันกันเองทั้งที่ค้ำประกันรายอื่นมากอนแลว เปนการฝาฝนระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุน

              สงเคราะหเจาหนาที่สหกรณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ขอ ๑๓ (๒) ดังนั้น ประเด็นสำคัญแหงคดีจึงเปนกรณี
              โจทกทั้งสามกระทำการทุจริตตอหนาที่ รวมกันทำเอกสารเท็จ ปลอมรายงานการประชุมของ

              คณะทำงานเงินกองทุนสงเคราะหเจาหนาที่สหกรณ และมีการฝาฝนระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุน

              สงเคราะหเจาหนาที่สหกรณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ขอ ๑๓ (๒) หรือไม และการที่จำเลยเลิกจางโจทก

              ทั้งสามเปนการเลิกจางไมเปนธรรมหรือไม สวนระเบียบจำเลย วาดวยเงินกองทุนสงเคราะห
              เจาหนาที่สหกรณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่มีการแกไขตามที่โจทกทั้งสามอุทธรณวามีผลใชบังคับไดนั้น

              ก็เปนเพียงการแกไขการกำหนดวงเงินของกองทุนที่จะใหกูยืมในขอ ๕ (๕) ใหมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

              และเปลี่ยนแปลงคาตอบแทนจากการกูยืมเงินในขอ ๑๑ จากรอยละ ๖ ตอป เปนรอยละ ๗ ตอป

              ซึ่งมิไดเกี่ยวของกับประเด็นขอพิพาทแหงคดี จึงเปนอุทธรณในขอที่มิไดยกขึ้นวากันมาแลวโดยชอบ
              ในศาลแรงงานภาค ๔ ตองหามมิใหอุทธรณตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕

              วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัยเชนกัน

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา จำเลยตองคืนตนฉบับโฉนดที่ดิน ๓ แปลง
              ที่โจทกทั้งสามนำไปจดทะเบียนจำนองเพื่อเปนหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความ

              เสียหายในการทำงาน ใหแกโจทกทั้งสามโดยปลอดจำนองหรือไม เห็นวา สิทธิยึดหนวงตาม

              ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๒๔๑ หมายถึง สิทธิของผูครอบครองทรัพยสินของผูอื่น

              และมีหนี้อันเปนคุณประโยชนแกตนเกี่ยวดวยทรัพยสินซึ่งครองนั้น ผูนั้นจะยึดหนวงทรัพยสินนั้นไว
              จนกวาจะไดรับชำระหนี้ก็ได แตเมื่อศาลแรงงานภาค ๔ วินิจฉัยวาจำเลยมิไดดำเนินการใหมี

              หลักประกันไมเกินจำนวนมูลคาของหลักประกันตามที่กำหนดไวในประกาศกระทรวงแรงงาน

              ดังกลาวภายในสามสิบวัน เปนการฝาฝนประกาศกระทรวงแรงงานดังกลาวตกเปนโมฆะ ตองคืน

              หลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานแกโจทกทั้งสามมาแตเริ่มแรก
              สวนมูลหนี้ที่โจทกทั้งสามตองชำระแกจำเลยตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค ๔ เปนหนี้ที่โจทก

              ทั้งสามกระทำการทุจริตตอหนาที่ ฝาฝนขอบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของจำเลย


                                                     ๔๐๙
   414   415   416   417   418   419   420   421   422   423   424