Page 522 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 522
มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา จำเลยกระทำละเมิดและตองรับผิดชำระ
ดอกเบี้ยแกโจทกตามฟองหรือไม เห็นวา เหตุคดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทกเปนบริษัทใหมที่เกิดขึ้น
จากการควบบริษัทเขาดวยกัน จำเลยประเมินเรียกเก็บเงินสมทบเขากองทุนเงินทดแทนประจำป
๒๕๔๙ ถึงป ๒๕๕๓ ใหโจทกจายเงินสมทบหลักในอัตรารอยละ ๐.๔ ของคาจางรายป โดย
ไมมีสิทธิจายเงินสมทบในอัตราตามคาประสบการณของบริษัทเดิมที่ควบเขากันซึ่งกำหนดไว
อัตรารอยละ ๐.๐๘ ของคาจางรายป โจทกจึงยื่นฟองจำเลยตอศาลแรงงานภาค ๑ ขอใหเพิกถอน
การประเมินของจำเลยเปนคดีหมายเลขดำที่ ๒๐๕/๒๕๕๐ คดีหมายเลขดำที่ ๓๓๘/๒๕๕๐
คดีหมายเลขดำที่ ๓๐๔/๒๕๕๑ คดีหมายเลขดำที่ ๒๑/๒๕๕๕ และคดีหมายเลขดำที่ ๒๒/๒๕๕๕
ตามลำดับ ตอมาศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดยืนตามศาลแรงงานภาค ๑ ในคดีหมายเลขดำ
ที่ ๒๐๕/๒๕๕๐ หมายเลขแดงที่ ๑๕๕/๒๕๕๐ ใหเพิกถอนคำสั่งของจำเลย โดยใหจำเลยสั่งให
โจทกจายเงินสมทบเขากองทุนเงินทดแทนประจำป ๒๕๔๙ ในอัตรารอยละ ๐.๐๘ ของเงินคาจาง
โดยวินิจฉัยวาการกระทำของจำเลยเปนการแสวงหาผลประโยชนในกองทุนเงินทดแทนใหมี
จำนวนมากขึ้นเกินสมควร เปนการเพิ่มภาระใหแกโจทกซึ่งเปนนายจาง จึงเปนการกระทำที่ไมชอบ
ดวยกฎหมายตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๒๐๖/๒๕๕๗ สวนอีก ๔ คดี โจทกไดถอนฟอง
เนื่องจากจำเลยไดปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา โดยประเมินเงินสมทบประจำปดังกลาวให
แกโจทกใหมในอัตรารอยละ ๐.๐๘ ของคาจางรายปตามที่โจทกมีสิทธิอยูเดิม และตอมาไดจาย
เงินสมทบสวนที่เรียกเก็บเกินจากโจทกในแตละปคืนทั้งหมด เชนนี้ เมื่อคดีตามคำพิพากษา
ศาลฎีกาดังกลาวซึ่งมีมูลเหตุจากเรื่องเดียวกันถึงที่สุดแลว ยอมผูกพันจำเลยซึ่งเปนคูความตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้ง
ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ สวนคดีอื่นที่มีการถอนฟองไป
ก็มีลักษณะเปนอยางเดียวกัน การที่จำเลยประเมินเรียกเก็บเงินสมทบเขากองทุนเงินทดแทน
ประจำป ๒๕๔๙ ถึงป ๒๕๕๓ ใหโจทกจายเงินสมทบหลักในอัตรารอยละ ๐.๔ ของคาจางรายป
เกินกวาอัตราที่โจทกตองจายตามคาประสบการณของบริษัทเดิมที่ควบเขากันซึ่งกำหนดไวอัตรา
รอยละ ๐.๐๘ ของคาจางรายปทำใหโจทกตองจายเงินสมทบเกินไปกวาอัตราที่จะตองชำระรวม
เปนเงินทั้งสิ้น ๓๐,๕๐๗,๕๓๓ บาทนั้น จึงเปนการแสวงหาผลประโยชนในกองทุนเงินทดแทน
ใหมีจำนวนมากขึ้นเกินสมควร และเปนการเพิ่มภาระใหแกโจทกซึ่งเปนนายจาง อันเปนการกระทำ
ที่ไมชอบดวยกฎหมาย ดังนั้น การกระทำของจำเลยดังกลาวจึงเปนการละเมิดตอโจทก จำเลย
จึงตองรับผิดในความเสียหายของโจทกที่เกิดขึ้นจากการนี้ เมื่อโจทกจำตองชำระเงินสมทบตาม
อัตราที่จำเลยเรียกเก็บไปตามคำสั่งที่ไมชอบทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงอำนาจบังคับทางปกครองที่จะตอง
๕๑๒

