Page 527 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 527
จากกฎหมายที่แตกตางกันมาในคราวเดียวกันไดก็ตาม แตการกำหนดคาเสียหายใหชดใชแกกัน
เพียงใดนั้นตองพิจารณาถึงขอเท็จจริงอันเปนมูลเหตุที่กอใหเกิดสิทธิเรียกรองเปนสำคัญ หาใช
พิจารณาเพียงแตมูลตามกฎหมายประการเดียวไม คดีนี้ขอเท็จจริงไดความวา สิทธิเรียกรอง
คาเสียหายตามที่โจทกกลาวอางลวนแตมีมูลเหตุที่กอใหเกิดสิทธิเปนอยางเดียวกัน กลาวคือ
เกิดจากการที่จำเลยทั้งสามใชสิทธิบอกเลิกสัญญาจางแกโจทกนั่นเอง ทั้งนี้โดยโจทกบรรยาย
ฟองวา จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีหนังสือเลิกจางโจทกอางวาโจทกกระทำความผิด
อาญาฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นจำเลยที่ ๑ โดยไมมีมูลความจริง ทำใหโจทกไดรับความเสียหาย
และขอใหบังคับจำเลยทั้งสามชดใชคาเสียหายตาง ๆ ที่เกิดจากการกระทำดังกลาว รวมทั้งคาเสียหาย
จากการเสื่อมเสียชื่อเสียงและคาเสียโอกาสในการทำมาหาไดดวย ซึ่งในสวนนี้ศาลแรงงานกลาง
ฟงขอเท็จจริงเปนยุติและวินิจฉัยวา จำเลยทั้งสามเลิกจางโจทกโดยโจทกไมไดกระทำความผิด
เปนการเลิกจางโดยไมถูกตองและไมมีเหตุสมควร ถือเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรม ดังนั้น
เมื่อศาลแรงงานกลางกำหนดคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมใหจำเลยทั้งสามรับผิดตอโจทก
โดยคำนึงถึงอายุของลูกจาง ระยะเวลาการทำงานของลูกจาง ความเดือดรอนของลูกจางเมื่อถูก
เลิกจาง มูลเหตุแหงการเลิกจางและเงินคาชดเชยที่ลูกจางมีสิทธิไดรับประกอบการพิจารณา
ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ แลว
จึงเทากับวาศาลแรงงานกลางไดใชดุลพินิจกำหนดคาเสียหายที่เกิดจากการเลิกจางครั้งนี้ครอบคลุม
ถึงสวนที่โจทกอางวาจำเลยทั้งสามกระทำละเมิดตอโจทกซึ่งเปนมูลเดียวกันดวย การที่โจทกเรียก
ใหจำเลยทั้งสามรับผิดในคาเสียหาย จากมูลละเมิดอีกตางหากจึงเปนการซ้ำซอนโดยอาศัย
มูลเหตุเดียวกัน ที่ศาลแรงงานกลางไมกำหนดใหจำเลยทั้งสามจายคาเสียหายจากการทำให
เสื่อมเสียชื่อเสียงและคาเสียโอกาสแกโจทกโดยพิพากษายกคำขอของโจทก ในสวนนี้มานั้นชอบแลว
อุทธรณของโจทกฟงไมขึ้น
พิพากษายืน.
(โสภณ พรหมสุวรรณ - ผจงธรณ วรินทรเวช - พิเชฏฐ รื่นเจริญ)
พรรณทิพย วัฒนกิจการ - ยอ
ฤทธิรงค สมอุดร - ตรวจ
๕๑๗

