Page 551 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 551

จำเลยอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา
              สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๔ มีหนังสือที่ รง ๐๖๒๗/๖๔๒๐๕ ลงวันที่ ๓๑

              ตุลาคม ๒๕๕๕ แจงผลการตรวจสอบบัญชีคาจางประจำป ๒๕๕๔ ใหโจทกจายเงินสมทบเพิ่มเติม

              ในสวนของคาบริการ คากะ คาน้ำมัน และคาโทรศัพทเพิ่มเติมตั้งแตเดือนมกราคมถึงเดือน
              ธันวาคม ๒๕๕๔ เปนคาจาง ๓,๘๙๕,๕๗๓.๙๔ บาท คิดเปนเงินสมทบ ๓๘๙,๕๕๘ บาท พรอมเงินเพิ่ม

              ๑๒๑,๑๒๙.๗๒ บาท ภายในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ โจทกอุทธรณ คณะกรรมการอุทธรณ

              มีคำวินิจฉัย ที่ ๓๓๗๐/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘  (ที่ถูกคือ ลงวันที่ ๒๕
              พฤศจิกายน ๒๕๕๗) เห็นวาคาบริการ คากะ คาน้ำมัน และคาโทรศัพทถือเปนคาจางที่ตองนำมา

              คำนวณเพื่อนำสงเงินสมทบ  คำสั่งของสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๔

              ชอบดวยกฎหมายแลวจึงมีมติยกอุทธรณของโจทก แลววินิจฉัยวา คาบริการไมใชเงินของโจทกที่จาย
              ใหแกลูกจางสวนคากะ คาน้ำมัน และคาโทรศัพทเปนเงินที่นายจางจายเพื่อจูงใจใหลูกจางทำงาน

              คาบริการ คากะ คาน้ำมัน และคาโทรศัพท จึงไมใชคาจางตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติ

              ประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓
                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวาคาบริการหรือเซอรวิซชารจ เปนคาจาง

              ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ มาตรา ๕ อันจะตองนำมาเปนฐานการคำนวณ

              เงินสมทบตามมาตรา ๔๗ หรือไม จำเลยอุทธรณวา คาบริการเปนเงินที่โจทกเรียกเก็บจากลูกคา
              มิใชเงินที่ลูกคาเต็มใจใหแกลูกจางโดยตรง ยอดคาบริการจะปรากฏอยูในงบการเงินของโจทก

              โจทกจะนำเงินมาจายใหแกลูกจางทุกสิ้นเดือน ลูกจางไดรับในจำนวนเทากันเปนประจำสม่ำเสมอ

              จึงเปนเงินของโจทกที่จายเปนเงินคาตอบแทนในวันและเวลาทำงานตามปกติ ซึ่งโจทกไดรับประโยชน
              เพราะเทากับเปนการเพิ่มคาจางโดยไมตองจายเอง จึงถือวาคาบริการเปนคาจางที่โจทกตอง

              นำมารวมคำนวณเพื่อสงเปนเงินสมทบนั้น เห็นวา คาจางคือเงินทุกประเภทที่นายจางจายใหแก

              ลูกจางเปนคาตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ แตคาบริการตามอุทธรณของจำเลย
              เปนเงินที่นายจางเรียกเก็บจากลูกคาเพื่อจายใหแกลูกจางของโจทกเพื่อจูงใจใหลูกจางใหบริการ

              ลูกคาดวยดี คาบริการจึงมิใชเงินของโจทกผูเปนนายจางแตโจทกทำหนาที่เรียกเก็บเงินแทน

              ลูกจางโจทกไมเคยจายเงินของโจทกเปนคาบริการใหแกลูกจางแตอยางใด ดังนั้น คาบริการ
              จึงไมใชคาจางตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ อันจะตองนำมาเปนฐาน

              การคำนวณเงินสมทบเพื่อเขากองทุนประกันสังคมตามมาตรา ๔๖ และ ๔๗ ที่ศาลแรงงานกลาง

              วินิจฉัยวาคาบริการไมใชคาจางนั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณขอนี้ของ
              จำเลยฟงไมขึ้น


                                                     ๕๔๑
   546   547   548   549   550   551   552   553   554   555   556