Page 556 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 556

จายเงินสมทบคืน ๔๗,๙๕๒ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินดังกลาว

              นับแตวันฟอง (ฟองวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐) เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก และให

              ยกฟองแยงจำเลยทั้งสอง (ที่ถูกฟองแยงจำเลยที่ ๒)
                       จำเลยทั้งสองอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ขอเท็จจริงที่คูความไมโตแยงกัน

              และศาลแรงงานกลางรับฟงมาเปนยุติวา เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ ๒๕๓๙ โจทกเปนผูประกันตนตาม

              พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ มาตรา ๓๓ ตอมาวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ โจทก
              ประสบอุบัติเหตุทางรถยนตไดรับบาดเจ็บสาหัสเขารับการรักษาที่โรงพยาบาล แพทยลงความเห็นวา

              โจทกเปนโรคกลุมประสาทแขนขวาขาด สงผลใหมือและแขนขวาสูญเสียสมรรถภาพรอยละ ๑๐๐

              อยางถาวร โจทกยื่นคำรองขอรับประโยชนทดแทนในกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม

              สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๓ มีคำสั่งวา โจทกมีสิทธิไดรับเงินทดแทนการ
              ขาดรายไดกรณีทุพพลภาพตั้งแตวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๖ โจทกยื่นอุทธรณตอจำเลยที่ ๑

              ซึ่งจำเลยที่ ๑ มีคำวินิจฉัยวา โจทกเปนผูทุพพลภาพตั้งแตวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๓ โจทกฟอง

              จำเลยทั้งสองตอศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานกลางพิพากษาเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐

              ใหเพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ ๑ และใหจำเลยที่ ๒ จายเงินทดแทนการขาดรายไดกรณี
              ทุพพลภาพตั้งแตวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ไปจนตลอดชีวิตของโจทก หลังจากโจทกประสบ

              อุบัติเหตุและไมไดทำงานเปนลูกจาง โจทกขึ้นทะเบียนเปนผูประกันตนตามมาตรา ๓๙ นำสง

              เงินสมทบตั้งแตงวดเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๓ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ รวมเงินสมทบที่โจทก

              นำสงเขากองทุนประกันสังคม ๔๗,๙๕๒ บาท วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๐ โจทกยื่นคำรองขอรับ
              เงินสมทบดังกลาวคืน สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๙ พิจารณาไมคืนให โจทก

              อุทธรณคำสั่งตอจำเลยที่ ๑ แตจำเลยที่ ๑ ยกอุทธรณของโจทก แลววินิจฉัยวา เมื่อโจทกตกเปน

              ผูทุพพลภาพตั้งแตวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ โจทกไมอาจเปนผูประกันตนตามมาตรา ๓๙ ไดอีก

              การที่จำเลยที่ ๒ อนุมัติใหโจทกเปนผูประกันตนตามมาตรา ๓๙ ในแตละชวงเวลาจึงไมชอบ
              ดวยกฎหมาย การรับเงินสมทบที่โจทกนำสงตามมาตรา ๓๙ เปนการรับโดยปราศจากมูลอันจะ

              อางกฎหมายได จำเลยที่ ๒ ตองคืนเงินสมทบเต็มจำนวนแกโจทก สวนหลักเกณฑการคืนเงิน

              ไมพึงชำระ แนบทายระเบียบสำนักงานประกันสังคมวาดวยการคืนเงินใหแกนายจาง หรือผูประกันตน

              หรือบุคคลอื่นในกรณีเงินที่รับไวเปนเงินไมพึงชำระแกกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เปนเพียง
              ระเบียบปฏิบัติภายในที่จำเลยที่ ๑ ออกเพื่อกำหนดรายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการในการคืนเงิน

              กรณีที่ผูประกันตนไมมีหนาที่ตองชำระแกกองทุนประกันสังคม จำเลยที่ ๑ ไมอาจใชหลักเกณฑ


                                                     ๕๔๖
   551   552   553   554   555   556   557   558   559   560   561