Page 547 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 547
เกิดจากการสัมผัสสารเคมีในการทำงานตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดชนิดของโรค
ซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการทำงาน ภูมิแพที่ตาและตาแหงมี
สาเหตุหลักจากปฏิกิริยาแพยากันชัก เปนผลพวงใหเยื่อบุตาออนแอ เกิดอาการกำเริบไดงาย
แมไมไดสัมผัสสิ่งกระตุนทางเคมี นอกจากนี้งานของโจทกเปนการทำงานในสำนักงานเปนหลัก
โอกาสสัมผัสสารเคมีต่ำโดยพิจารณาจากผลการวัดสารเคมีในสภาพแวดลอมการทำงาน จึงมีมติ
วาอาการเจ็บปวยของโจทกไมไดเกิดเนื่องจากการทำงาน วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ สำนักงาน
ประกันสังคมจังหวัดระยองมีหนังสือแจงผลการวินิจฉัยเงินทดแทนตามมติของคณะอนุกรรมการ
แพทย หนวยที่ ๑ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรปราการใหโจทกทราบ โจทกอุทธรณ
คำวินิจฉัยเงินทดแทนตามมติของคณะอนุกรรมการแพทยดังกลาวตอจำเลย ตอมาเดือนตุลาคม
๒๕๖๒ นายจางยายโจทกเขามาทำงานในกรุงเทพมหานคร แลวเลิกจางโจทกเมื่อวันที่ ๒๕
กุมภาพันธ ๒๕๖๓ นายแพทยกรรชิต ซึ่งเปนกรรมการกองทุนเงินทดแทน และพยานจำเลย
เปนผูทำคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ที่ ๔/๒๕๖๓ โดยพิจารณาจากรายงาน
แพทยที่โจทกรับการรักษา รายงานทางวิทยาศาสตรของโรงงานนายจางโจทก และรายงานของ
ฝายบุคคลไดความวา มีการตรวจหาสารฟอรมาลีนและสารเอทิลีนออกไซดซึ่งเปนสารที่กอใหเกิด
โรคมะเร็งที่โรงงานที่โจทกทำงานอยู ปรากฏวาบางรายงานตรวจไมพบ บางรายงานตรวจพบ
แตอยูในเกณฑมาตรฐาน แตไมมีรายงานทางการแพทยหรือทางระบาดวิทยาวาสารฟอรมาลีน
และสารเอทิลีนออกไซดทำใหเกิดโรคมะเร็งสมอง (เนื้องอกในสมอง) โจทกทำงานในสำนักงาน
เปนหลัก โอกาสสัมผัสสารเคมีต่ำเมื่อพิจารณาจากผลการวัดสารเคมีในสภาพแวดลอมการทำงาน
อาการภูมิแพที่ตาและตาแหงเกิดจากการแพยากันชักอยางรุนแรงจนเปนโรคสตีเวนส จอหนสัน
ซินโดรม (SJS: Stephen Johnson Syndrome) ทำใหเยื่อบุตาออนแอ อันเปนผลสืบเนื่องจาก
การรักษาโรคมะเร็งสมอง แมโจทกเลิกใชยากันชักอาการภูมิแพของโจทกก็ยังสงผลใหเกิดความ
ไวตอสารภูมิแพไดงายมาก โรคของโจทกไมไดเกิดเนื่องมาจากการทำงาน ใหยกอุทธรณของโจทก
และนายแพทยศุภชัย รองผูอำนวยการฝายการแพทยโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ จังหวัดระยอง ซึ่งเปนพยานจำเลยก็เบิกความยืนยันวาโรคสตีเวนส
จอหนสัน ซินโดรม ที่โจทกเปนนั้น ไมไดเกิดจากการสัมผัสสารเคมีและไมใชโรคที่เกิดจากการ
ทำงาน แตโรคดังกลาวทิ้งรองรอยการอักเสบไวที่ดวงตา ทำใหระคายเคืองไดงาย แพทยที่วินิจฉัย
อาการของโรคและสาเหตุของการเกิดโรคมีจำนวน ๑๒ คน ไดทำตามหนาที่ และจริยธรรมแหง
วิชาชีพแพทย จึงมีน้ำหนักมั่นคงใหรับฟง พยานหลักฐานโจทกไมอาจหักลางพยานหลักฐานจำเลย
ในเรื่องที่มาของโรค การวินิจฉัย และอาการของโรคได จึงรับฟงไดตามคำวินิจฉัยของแพทยวาโรค
๕๓๗

