Page 560 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 560

จำเลยทั้งสิบเอ็ดอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา

              โจทกเปนนิติบุคคลประเภทหางหุนสวนจำกัด จำเลยที่ ๑ เปนหนวยงานของรัฐ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๑
              เปนคณะกรรมการอุทธรณ ตอมาจำเลยที่ ๑ มีหนังสือแจงใหโจทกจายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

              เพิ่มเติมในสวนของคาอาหารตั้งแตเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ เปนเงิน ๒๔๓,๑๖๘ บาท

              พรอมเงินเพิ่มรอยละสองตอเดือนตามกฎหมาย ตั้งแตเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๕

              เปนเงิน ๒๗๘,๓๗๐ บาท พรอมเงินเพิ่มรอยละสองตอเดือนตามกฎหมาย และตั้งแตเดือนมกราคม
              ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๖ เปนเงิน ๒๖๗,๗๔๔ บาท พรอมเงินเพิ่มรอยละสองตอเดือนตามกฎหมาย

              โจทกอุทธรณคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ตอมาจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๑ พิจารณาแลวมีคำวินิจฉัยให

              ยกอุทธรณของโจทก

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยทั้งสิบเอ็ดวา เงินคาอาหารที่โจทกจายใหแก
              ลูกจางเปนคาจางที่ตองนำมาคำนวณเพื่อนำสงเปนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมหรือไม เห็นวา

              พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ มาตรา ๕ บัญญัติวา “คาจาง” หมายความวา เงินทุกประเภท

              ที่นายจางจายใหแกลูกจางเปนคาตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติไมวาจะคำนวณ

              ตามระยะเวลาหรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจางทำได และใหหมายความรวมถึงเงินที่นายจาง
              จายใหในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจางไมไดทำงานดวย ทั้งนี้ ไมวาจะกำหนด คำนวณ หรือจาย

              ในลักษณะใดหรือโดยวิธีการใด และไมวาจะเรียกชื่ออยางไร เมื่อศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา

              แมเดิมโจทกจะจายคาอาหารใหแกลูกจางแบบเหมาจายเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทตอคน ตอมาโจทก

              ปรับคาอาหารใหแกลูกจางแบบเหมาจายเปนเดือนละ ๔,๕๐๐ บาทตอคนก็ตาม แตหากวันใด
              ลูกจางลาหยุดงานโจทกจะหักคาอาหารในวันดังกลาวออก อันแสดงใหเห็นวาโจทกจะจายคาอาหาร

              ใหแกเฉพาะลูกจางซึ่งมาทำงานในวันทำงานปกติเทานั้น สวนลูกจางที่ไมไดมาทำงานในวันทำงาน

              ปกติ ลูกจางนั้นก็จะไมมีสิทธิไดรับคาอาหาร กรณีจึงเห็นไดวาโจทกจายคาอาหารใหแกลูกจาง

              โดยมีวัตถุประสงคเพื่อชวยเหลือการครองชีพของลูกจางซึ่งมาทำงานในวันทำงานปกติ อันมี
              ลักษณะเปนการใหสวัสดิการอยางหนึ่งแกลูกจาง จึงไมใชกรณีที่โจทกจายเงินใหแกลูกจางเพื่อเปน

              คาตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ ดังนั้น คาอาหารดังกลาวไมใชเปนคาจางตาม

              ความหมายของพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ มาตรา ๕ จำเลยที่ ๑ จึงไมมีสิทธินำเงิน

              คาอาหารดังกลาวมารวมคำนวณเพื่อนำสงเงินสมทบกองทุนประกันสังคมพรอมเงินเพิ่มตาม
              กฎหมายได ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาใหเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณตาม

              พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ที่ ๑๖๕๘/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ มานั้น


                                                     ๕๕๐
   555   556   557   558   559   560   561   562   563   564   565