Page 62 - หน้าปกรายงานประจำปี 64
P. 62
การนำกฎหมายระหวางประเทศมาใชในศาลยุติธรรม
กฎหมายระหวางประเทศอาจกลาวไดวาเปนกฎหมายรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากกฎหมายระหวางประเทศนั้นเปน
กฎเกณฑซึ่งประเทศสมาชิกยอมรับวามีผลผูกพันตามที่ Sir Frederick Pollock ได กลาวไว ในแงของปรัชญาทาง
กฎหมายนั้นความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายระหวางประเทศถูกแบงออกเปน 2 แนวทาง คือ
(1) สำนักกฎหมายธรรมชาติ โดยตามแนวความคิดนี้กฎหมายระหวางประเทศถือเปนสวนหนึ่งของกฎหมาย
ธรรมชาติโดยปรากฏใหเห็นอยางชัดเจนในกรณีของบอเกิดของกฎหมายระหวางประเทศที่เรียกวา “จารีตประเพณี
ระหวางประเทศ” (International custom) และสนธิสัญญาที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย
(2) สำนักกฎหมายบานเมือง โดยนักนิติศาสตรในสำนักความคิดกฎหมายบานเมืองนั้นเห็นวากฎหมายระหวาง
ประเทศถือวาเปนกฎหมายที่มีผลผูกพันรัฐได เนื่องจากรัฐไดแสดงเจตจำนง (will) ที่จะยอมรับและผูกพันตามกฎหมาย
ระหวางประเทศ ซึ่งการแสดงเจตจำนงของรัฐในการผูกพันตามกฎหมายระหวางประเทศนี้อยูในรูปแบบของความยินยอม
อันเปนพื้นฐานของ “สนธิสัญญา” (treaty) ซึ่งเปนบอเกิดของกฎหมายระหวางประเทศ อิทธิพลของสำนักกฎหมาย
บานเมืองที่มีตอกฎหมายระหวางประเทศเห็นไดอยางชัดเจนในกรณีสนธิสัญญาระหวางประเทศที่ยอมรับกันวา รัฐจะผูกพัน
ตามสนธิสัญญาก็ตอเมื่อรัฐใหความยินยอมเพื่อผูกพันตามสนธิสัญญาตามที่บัญญัติไวในอนุสัญญากรุงเวียนนาวาดวย
กฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. 1969 (Vienna Convention on the Law of Treaties, 1969)
ดังนั้นจากแนวความคิดของสำนักกฎหมายธรรมชาติและสำนักกฎหมายบานเมืองที่กลาวมา จะเห็นไดวากฎหมาย
ระหวางประเทศถือวาเปน “กฎหมาย” ทั้งนี้ ศาสตราจารย ดร.จุมพต สายสุนทร ไดอธิบายเพิ่มเติมวา แมสำนักความคิด
ทั้งสองนั้นจะไมไดอธิบายลักษณะที่แทจริงของกฎหมายระหวางประเทศ แตเมื่อพิจารณาถึงลักษณะที่แทจริงของ
กฎหมายระหวางประเทศแลวจะเห็นไดวากฎหมายดังกลาวอยูบนพื้นฐานของเหตุผลและความเชื่อวากฎเกณฑนั้น
เปนสิ่งที่ถูกตองจึงควรไดรับความเคารพและผูกพันรัฐใหปฏิบัติตาม
การยอมรับและการบังคับใชกฎหมายระหวางประเทศโดยเฉพาะสนธิสัญญาสำหรับประเทศที่ใชระบบ Civil Law
นั้นจะปรากฏอยูในรัฐธรรมนูญของประเทศเปนหลัก โดยแนวปฏิบัติของการยอมรับและการบังคับใชของกฎหมาย
ระหวางประเทศในฐานะที่เปนกฎหมายภายในของกลุมประเทศที่ใช ระบบ Civil Law จะมีความแตกตางกันไปตาม
บทบัญญัติรัฐธรรมนูญของประเทศนั้นเปนหลัก โดยในการพิจารณาถึงหลักการยอมรับหรือการบังคับใชกฎหมายระหวาง
ประเทศนั้นจะถูกแบงออกเปน 2 ประเภทคือ จารีตประเพณีระหวางประเทศและสนธิสัญญา
สำหรับประเทศไทยซึ่งใชระบบ Civil Law นั้น แมจะไดรับอิทธิพลทางกฎหมายมาจากประเทศฝรั่งเศส
และประเทศเยอรมนี แตไมปรากฏวาในรัฐธรรมนูญของประเทศไทยไดมีการกลาวถึงสถานะของจารีตประเพณีระหวาง
ประเทศวาจะเขามามีบทบาทในฐานะกฎหมายภายในของประเทศไทยอยางไร ซึ่งแตกตางจากกรณีของรัฐธรรมนูญ
ของประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมนี เมื่อรัฐธรรมนูญของประเทศไทยไมเปดชองใหสามารถนำจารีตประเพณี
ระหวางประเทศซึ่งผูกพันประเทศไทยมาใชบังคับเปนกฎหมายภายในไดโดยตรง อีกทั้งศาลของประเทศไทยไมมีอำนาจ
ตามกฎหมายที่จะนำจารีตประเพณีระหวางประเทศมาปรับใชแกคดีได เนื่องจากศาลยุติธรรมของประเทศไทยนั้นใช
ระบบ Civil Law ศาลจึงไมสามารถสรางกฎหมายไดดวยตนเองอันมีความแตกตางจากประเทศที่ใชระบบ Common Law
ในกรณีของสนธิสัญญานั้นปรากฏอยูในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 178
“พระมหากษัตริยทรงไวซึ่งพระราชอํานาจในการทําหนังสือสัญญาสันติภาพสัญญาสงบศึกและสัญญาอื่นกับนานาประเทศ
หรือกับองคการระหวางประเทศ
หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย
หรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหวางประเทศหรือจะตองออกพระราชบัญญัติเพื่อใหการเปนไป
ตามหนังสือสัญญาและหนังสือสัญญาอื่นที่อาจมีผลกระทบตอความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคมหรือการคาหรือการลงทุน
ของประเทศอยางกวางขวางตองไดรับความเห็นชอบของรัฐสภาในการนี้รัฐสภาตองพิจารณาใหแลวเสร็จภายในหกสิบวัน

