Page 56 - Occupational health and safety
P. 56
28
หูชั้นใน (Inner ear หรือ Labyrinth) ประกอบด้วยส่วนที่เป็นกระดูกคอเคลีย (Cochlea)
มีหน้าที่แยกชนิดของเสียงตามความถี่ของเสียงที่แตกต่างกันโดยเซลล์บริเวณฐานจะสามารถรับคลื่น
เสียงได้ทุกความถี่ แต่รับความถี่สูงได้ดีที่สุด ส่วนยอดรับคลื่นเสียงที่มีความถี่ต่ าเท่านั้น ส่งการ
สั่นสะเทือนไปยังเซลล์ขน (Hair cell) เกิดการรวมสัญญาณประสาทเข้าสู่เส้นประสาทสมองคู่ที่ 8
(Auditory nerve) แขนงหนึ่งเข้าสู่สมองซีรีบรัม (Serebellum) ก่อให้เกิดการได้ยิน โดยมนุษย์เราจะ
ี
ได้ยินเสียงความถี่ตั้งแต่ 20-20,000 Hz และอกแขนงหนึ่งเข้าสู่ส่วนเทมพอรัลโลบ (Temperal lobe)
ท าหน้าที่ควบคุมการทรงตัว ดังภาพที่ 2.4
2.2.2 กลไกการได้ยิน (Hearing mechanism) Peter (1995) แบ่งกลไกการได้ยิน
ออกเป็น 2 ทางได้แก่
1) กลไกการได้ยินแบบการน าเสียงผ่านอากาศ (Air Conduction) การได้ยินโดย
ปกติจะเกิดจากการสั่นสะเทือนจากโมเลกุลในอากาศเข้าสู่หูชั้นนอกโดยผ่าน ใบหู รูหู ไปยังแก้วหูท าให้
แก้วหูสั่นสะเทือน ส่งผ่านความสั่นสะเทือนไปยังกระดูกค้อนกระดูกทั่ง กระดูกโกลน และเมื่อกระดูก
โกลนขยับจะท าให้ของเหลวในคลอเคลียกระเพอมและเซลล์ขนจะโบกไปมาแล้วรับความรู้สึกส่งไปยัง
ื่
ประสาทหูสู่สมอง เพื่อแปลความหมายต่อไป
2) กลไกการได้ยินแบบการน าเสียงผ่านกระดูก (Bone Conduction) การได้ยินแบบ
การน าเสียงผ่านกระดูกเป็นการน าเสียงผ่านจากกระดูกกะโหลกศีรษะ (Skull) หรือ กระดูกมาสตอยด์
โพเซส (Mastoid process) ผ่านเข้าสู่หูชั้นในโดยตรง เข้าสู่ประสาทหู ส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อแปล
ความหมาย โดยเสียงจะไม่ผ่านที่หูชั้นนอกและหูชั้นกลาง
เสียง (Sound)
การน าเสียงผ่านอากาศ การน าเสียงผ่านกระดูก
เสียง (Sound) เสียง (Sound)
หูชั้นนอก
หูชั้นกลาง
หูชั้นใน
เส้นประสาทสมองคู่ที่ 8
(Auditory nerve)
สมองส่วนซีรีบรัม
แผนภูมิที่ 2.1 แสดงกลไกการได้ยิน (Hearing mechanism)

