Page 58 - Occupational health and safety
P. 58
30
2.3.2 การสูญเสียความร้อน (Heat loss mechanism) (Tansey, & Johnson, 2015)
ั
อตราการระบายความร้อนออกจากร่างกายขึ้นอยู่กับความสามารถในการน าความร้อนจากภายในสู่
ผิวหนังและความสามารถในการระบายความร้อนจากผิวหนังสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก โดยร่างกาย
สามารถสูญเสียความร้อนได้โดยวิธีทาง ดังนี้
1) การน าความร้อน (Conduction) เป็นการถ่ายเทความร้อนระหว่างวัตถุสองสิ่งที่
สัมผัสกัน เช่นจากคนไปยังเก้าอี้ ร่างกายสูญเสียความร้อนด้วยวิธีนี้ถึงร้อยละ 3
ั
2) การพาความร้อน (Convection) เป็นการถ่ายเทความร้อนโดยอาศยการเคลื่อนที่
ของอากาศหรือน้ าเป็นตัวกลาง จะช่วยพาความร้อนออกจากร่างกายได้มากถึงร้อยละ 12
3) การแผ่รังสี (Radiation) การะบายความร้อนแบบนี้จะส่งออกไปในรูปของ
ื่
เคลื่อนแม่เหล็กไฟฟา แผ่ออกได้ทุกทิศทางจากวัตถุหนึ่งไปยังอกวัตถุอน โดยไม่ต้องอาศัยตัวพา โดย
้
ี
ความร้อนในร่างกายจะกระจายไปยังสิ่งที่มีอณหภูมิต่ ากว่า ปริมาณความร้อนที่สูญเสียไปจะขึ้นอยู่กับ
ุ
ุ
ความแตกต่างของอณหภูมิกายกับอุณหภูมิสิ่งแวดล้อม พื้นที่ผิวกาย และปริมาณเลือดใต้ผิวหนัง ความ
ร้อนที่สูญเสียด้วยวิธีนี้มากถึงร้อยละ 60
4) การระเหย (Evaporation) เป็นการระเหยของเหงื่อ (Sweating) และน้ าออก
ื
ทางผิวหนัง การระบายความร้อนชนิดนี้ก็คอการน าความร้อนออกมาพร้อมกับการหลั่งเหงื่อ โดยปกติ
การสูญเสียเหงื่อออกจากร่างกายได้ 600 ซีซี/วัน การระเหยจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศ
ถ้าความชื้นในอากาศมีมากความร้อนจะระเหยได้ไม่มี จึงสรุปได้ว่าการท างานในที่ที่มีอากาศร้อนชื้น
นั้นมีอนตรายมากกว่าการท างานในที่ร้อนแห้ง เนื่องจากในบรรยากาศร้อนชื้นมีความชื้นสัมพทธ์สูงท า
ั
ั
ให้เหงื่อไม่สามารถระเหยออกจากร่างกายได้ท าให้ความร้อนไม่สามารถถ่ายเทออกสู่สิ่งแวดล้อมได้นั่น
คือ ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ ความร้อนที่สูญเสียโดยวิธีนี้มีร้อยละ 22
2.3.3 การตอบสนองของร่างกายต่อความร้อน/อากาศร้อน (Tansey & Johnson, 2015) ใน
ุ
ิ่
การสัมผัสความเย็นจะท าให้อณหภูมิกายเพมสูงขึ้น สมองส่วนไฮโปธาลามัสจะสั่งการไปยังกลุ่มเซลล์
สมองส่วนไฮโปธาลามัสจะสั่งการไปยังกลุ่มเซลล์ประสาทนิวเคลียสด้านหน้าของสมองส่วน
ไฮโปธาลามัส (Anterior Hypothalamus) ที่เป็นศูนย์ที่ระบายความร้อน (Heat loss center) โดย
สมองจะส่งสารสื่อประสาทไปสั่งการไปยังอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการปรับอณหภูมิ ได้แก่ หลอดเลือด
ุ
บริเวณผิวหนังจะเกิดการขยายตัว (Cutaneous Vasodilation) ปริมาณเลือดที่วิ่งผ่านมาที่ผิวหนังมี
ความส าคัญต่อการระบายความร้อน ถ้าอณหภูมิของสิ่งแวดล้อมสูงกว่า หลอดเลือดด าบริเวณผิวหนังก็
ุ
จะขยายตัวส่งผลให้มีเลือดไหลเวียนมาที่ผิวหนังมากขึ้น เกิดการระบายความร้อนออกจากร่างกายมาก
ขึ้น ดังภาพที่ 2.5 (1) ต่อมเหงื่อจะขับเหงื่อออกมาจากรูขุมขน เพอช่วยให้ร่างกายระบายความร้อน
ื่
ื่
และเมื่อร่างกายสูญเสียเหงื่อมาก ก็จะเกิดการกระหายน้ าเพอปรับสมดุลของน้ าในหลอดเลือด หาก
ยังคงได้รับน้ าไม่เพยงพอ ก็จะท าให้ปริมาตรของเลือดลดลง ความเข้มข้นของเลือดจึงเพมขึ้น ท าให้
ิ่
ี
แรงดันออสโมติกของเลือดสูงขึ้น ไฮโพทาลามัสจะกระตุ้นต่อมใต้สมองส่วนท้าย ให้ปล่อยฮอร์โมนแอนติ
ไดยูเรติก (Antidiruetic Hormone; ADH) ท าให้เกิดการดูดน้ ากลับเข้าเลือดมากขึ้น พร้อมกับขับถ่าย
ปัสสาวะออกน้อยลง ดังภาพที่ 2.5 (1)

