Page 60 - Occupational health and safety
P. 60
32
ิ่
และผิวหนังและเมื่อมีการหดตัวของกล้ามเนื้อจะเป็นการเพมความร้อนในร่างกายด้วย นอกจากนี้ยัง
ื่
เกิดการสั่นของกล้ามเนื้อ เกิดการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเพอเพมการเผาผลาญ (Metabolism) ของ
ิ่
ร่างกาย เช่น ไทรอยด์ฮอร์โมน และแคทีโคลามีน เพื่อเพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย ดังภาพที่ 2.5 (2)
2.3.5 ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอณหภูมิของร่างกาย (กองความปลอดภัยแรงงาน,
ุ
ม.ป.ป) ประกอบไปด้วย
1) การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในรอบวัน
2) การออกกาลังกาย เนื่องจากมีการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อและมีการท างาน
เพิ่มขึ้นของระบบอื่น ๆ มีผลให้มีความร้อนสะสมในร่างกายมากขึ้น อุณหภูมิในร่างกายจึงสูงขึ้น
ั
3) ไขมันใต้ผิวหนัง ถือว่าเป็นฉนวนป้องกนความร้อนออกจากร่างกายที่ดีที่สุด ดังนั้น
ผู้หญิงหรือคนอวนจะมีการระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าผู้ชายหรือคนผอมแต่จะสามารถทนทานต่อ
้
ความเย็นได้ดีกว่า
4) การเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โลนจากรังไข่เมื่อมี
การตกไข่
5) ขณะมีอารมณ์รุนแรง เช่น ตื่นเต้น โกรธจัด เนื่องจากมีการหลั่งฮอร์โมน
เอพิเนฟริน และ นอร์เอพเนฟริน จากต่อมหมวกไต ซึ่งไปเพิ่มเมตาโบลิซึมให้แก่ร่างกาย
ิ
6) ภายหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะโปรตีน ความร้อนได้จากขบวนการย่อย
อาหาร และการดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร
7) เสื้อผ้า เป็นตัวกักเก็บอากาศไว้ระหว่างเสื้อผ้ากับผิวหนัง ซึ่งอากาศมีคุณสมบัติ
เป็นฉนวนกันความร้อน เสื้อผ้าบางและมีเส้นใยที่ห่างกนจะท าให้มีอากาศระหว่างเสื้อและผิวหนังน้อย
ั
จึงท าให้การระบายความร้อนได้ดี แต่ผ้าขนสัตว์และผ้าที่มีเนื้อหนาจะกักเก็บอากาศไว้ได้มากจึง
สามารถป้องกันการระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ดี
2.4 ระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อ
การเคลื่อนไหวของร่างกายเกิดจากการการท างานของกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยกระดูกจะท า
หน้าที่พยุงหรือค้ าจุนร่างกายเป็นโครงร่างให้กล้ามเนื้อ เอน และพังผืดต่าง ๆ มายึดไว้ การหดตัวคลาย
็
ตัวของกล้ามเนื้อ นั้นก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งเป็นที่ทราบว่าร่างกายของคนเรา
ประกอบด้วยกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่ มีถึงร้อยละ 40-50 ของน้ าหนักตัวและท าหน้าที่เปลี่ยนพลังงาน
เคมีเป็นพลังงานกล (ร าแพน พรเทพเกษมสันต์, 2556)
2.4.1 โครงร่างกระดูก (Skeletal system) (ผาสุก มหรรฆานุเคราะห์, 2555)
กระดูกภายในร่างกายมนุษย์มีทั้งหมด 206 ชิ้น ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่
คือโครงกระดูกแกน (Axial skeleton) และโครงกระดูกรยางค์ (Appendicular skeleton)
1) โครงกระดูกแกน เป็นกระดูกที่วางอยู่แกนกลางของร่างกายช่วยให้ร่างกายคงรูป
ได้ รองรับอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ป้องกันอวัยวะต่าง ๆ เป็นที่ยึดเกาะกล้ามเนื้อ

