Page 63 - Occupational health and safety
P. 63
35
ี
2.1) สลายสารเอทีพ เก็บที่เซลล์ ซึ่งมีปริมาณน้อยที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวได้ใน
ระยะเวลาสั้น ๆ และไม่สามารถท าให้กล้ามเนื้อหดตัวได้สูงสุดเนื่องจากมีปริมาณน้อย ดังสมการ
ATP ADP + P + Energy
P
2.2) สลายสารครีอาตีนฟอสเฟต (Creatine Phosphate, CP) ในกล้ามเนื้อจะมีสาร
ั
พลังงานมากอีกชนิดหนึ่งที่เก็บสะสมไว้ คือ ครีอาตีนฟอสเฟต โดยสารนี้จะให้ฟอสเฟตไปรวมกบ เอทีพ ี
โดยมีครีอาตีนไคเนส (Creatine kinase) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ดังสมการ
Creatine kinase
Creatine + ADP Creatine + ATP
phosphat
ปกติกล้ามเนื้อมีสารพลังงานเอทีพ และครีอาตีนฟอสเฟตสะสมไว้ ซึ่งจะท าให้
ี
กล้ามเนื้อหดตัวได้ 50-100 ครั้งเท่านั้น หากกล้ามเนื้อมีกิจกรรมไม่มากนัก สารพลังงานเอทีพีจากออก
ซิเอทีฟ ฟอสโฟลิเลชั่น และจากครีอาตีนฟอสเฟตที่สะสมไว้ในกล้ามเนื้อนี้ อาจจะไม่เพยงพอในการ
ี
ท างาน แต่ถ้ากล้ามเนื้อต้องหดตัวอย่างรวดเร็วเป็นเวลานาน เช่นในขณะออกก าลังกาย หรือท างาน
ี
หนัก สารพลังงานเอทีพ ที่ได้จาก 2 ขบวนการนี้จะไม่เพยงพอและขบวนการสร้างใหม่เกิดช้า เซลล์
ี
กล้ามเนื้อจะใช้สารพลังงานเอทีพีที่มาจากการสลายไกลโคเจนและกลูโคสโดยไม่ใช้ออกซิเจน
2.3) การสลายไกลโคเจนและกลูโคสโดยไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Glycolysis)
ี
ั
ซึ่งจะถูกสลายเป็นกรดพยรูวิค (Pyruvic acid) และสารพลังงานเอทีพ แต่จะได้สารพลังงานเอทีพ ี
เพยง 2 โมเลกุล/กลูโคส 1 โมเลกุลเท่านั้น และยังเกิดกรดพยรูวิค ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นแลคเตส
ี
ั
(Lactate) ซึ่งจะมีผลท าให้กล้ามเนื้อเกิดการเมื่อยล้า แลคเตสนี้จะถูกส่งไปยังตับเพอท าลายหรือส่งไป
ื่
ยังหัวใจเพื่อน าไปใช้เป็นพลังงานได้ ดังสมการ
Glucose + 2ATP 2Pyruvic + 4ATP
+4H
+
2 Lactic acid
ในขณะออกก าลังกายร่างกายต้องใช้พลังงานในการหดตัวของกล้ามเนื้อมากขึ้น ภายใน 5 นาทีแรก
พลังงานเอทีพที่ใช้ได้มาจากออกซิเดทีฟ ฟอสโฟลิเลชั่น ช่วง 10-20 นาที พลังงานที่ได้จะมาจาก
ี
การสลายของกลูโคสที่มาจากกระแสเลือดหรือสลายจากกรดไขมัน และโปรตีนที่สะสมไว้ แบบไม่ใช้
ออกซิเจนโดยขบวนการไกลโคไลซีส การที่ร่างกายต้องท าการสลายกลูโคสและกรดไขมันจากกระแส
เลือดโดยขบวนการที่ไม่ใช้ออกซิเจนนี้ เนื่องจากในขณะออกก าลังกายออกซิเจนในกล้ามเนื้อจะลดลง
็
และเอนไซม์ ที่ใช้ในขบวนการออกซิเดทีฟฟอสฟอลิเลชั่นลดลง ดังนั้น หลังจากออกก าลังกาย

