Page 64 - Occupational health and safety
P. 64
36
ั
กลัยโคเจนและครีอาตีนฟอสเฟตที่สะสมไว้จะลดลง และเมื่ออยู่ในระยะพกหลังออกกาลังกายจะมีการ
ี
สะสม กลัยโคเจนและครีอาตีนฟอสเฟตได้อกสารพลังงานเอทีพีที่ผลิตในขณะออกก าลังกายนี้บางส่วน
น าไปใช้ในการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อคือเปลี่ยนเป็นพลังงานกลนั่นเอง ส่วนที่เหลือจะถูก
เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ดังนั้นเมื่อออกก าลังกายเป็นเวลานาน ความร้อนร่างกายจะสูงขึ้น
ั
โดยปกติพลังงานที่ใช้ในขณะที่ร่างกายพก (Basal metabolism) 2/3 ของพลังงานที่ใช้จะ
ได้มาจากไขมัน และที่เหลือจากคาร์โบไฮเดรท ภายใต้สภาวะนี้ร่างกายสามารถป้อนออกซิเจนไปยัง
ี
เซลล์กล้ามเนื้อได้อย่างเพยงพอ การใช้พลังงานอยู่ในภาวะใช้ออกซิเจน ส่วนพลังงานที่ใช้ในขณะ
ท างานในช่วงต้นของการท างานจะเกิดในลักษณะไม่ใช่ออกซิเจน เพราะร่างกายต้องปรับตัวเพอให้ได้
ื่
ี
พลังงานอย่างเพยงพอ หลังจากนั้นร่างกายจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อขบวนการหายใจและการ
ี
ไหลเวียนของเลือดสามารถป้อนออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ของกล้ามเนื้อได้อย่างเพยงพอและจะเข้าสู่ภาวะ
คงที่เมื่อภาระงานคงที่ และเมื่องานสิ้นสุดลงความต้องการออกซิเจนจะค่อย ๆ กลับสู่ภาวะพัก
2.4.5 กล้ามเนื้อล้า (Muscle Fatigue) (นริศ เจริญพร, 2543)
การเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อท าให้ความสามารถในการหดตัวลดลงจนถึงกล้ามเนื้ออาจไม่มี
การหดตัวเลย มักเกิดขึ้นหลังจากการท างานหนักเป็นเวลานาน ๆ หรือหลังจากออกก าลังกายอย่าง
หนัก กล้ามเนื้อล้าเกิดจากมีการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์ภายในกล้ามเนื้อ และการเพมขึ้นของ
ิ่
ไฮโดรเจนไอออนจนมีผลท าให้โปรตีน แอคตินและมัยโอซินเคลื่อนที่ช้าลง การขาดออกซิเจนและขาด
พลังงานเอทีพี มีผลท าให้เอนซัยม์เอทีพีท างานน้อยลง หรือหลังการออกก าลังกายและท างานหนักจะมี
การสะสมของกรดแลคติค กรดนี้จะไปแย่งแคลเซียมไอออนในการจับกับโทรโปนินซี ซึ่งท าให้กล้ามเนื้อ
หดตัวลดลง นอกจากนี้การกระตุ้นกล้ามเนื้อติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ยังท าให้กล้ามเนื้อเกิดการ
เมื่อยล้าได้สาเหตุของการเมื่อยล้านี้เกิดจากอะเซทิลโคลีนถูกสร้างและหลั่งจากปลายประสาทมอเตอร์
ี
ี
ี
ไม่เพยงพอต่อการหดตัว ถึงแม้จะพบว่าในขณะกล้ามเนื้อล้า จะมีพลังงานเอทีพลดลงเพยงเล็กน้อย
เท่านั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าการเกิดการเมื่อยล้าเมื่อพลังงานเอทีพีลดลงเล็กน้อยนี้ จะป้องกนภาวะการหด
ั
ตัวที่รุนแรงของกล้ามเนื้อ (Rigor contraction) ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจะท าให้เกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ
ั
ได้ แต่ถ้าให้กล้ามเนื้อได้พกสักระยะหนึ่ง กล้ามเนื้อก็จะกลับเข้าสู่สภาพเดิมและมีการหดตัวได้อก
ี
ระยะการพักจะใช้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความแรงและความนานของการหดตัวของกล้ามเนื้อก่อนการ
เมื่อยล้า
การหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นเวลานานจะท าให้เกิดความล้าและความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ
ส่วนนั้น ๆ โดยการใช้แรงในการท างานแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ การใช้แรงแบบสถิต (Static work)
และ การใช้แรงแบบเคลื่อนที่ (Dynamic work) โดยการใช้แรงแบบสถิตจะก่อให้เกิดความเมื่อยล้าได้
มากกว่าการใช้แรงแบบเคลื่อนที่ เนื่องจากการใช้แรงแบบสถิตท าให้กล้ามเนื้อหดตัวต่อเนื่องเป็น
เวลานาน ท าให้ระบบไหลเวียนส่งเลือดเข้าสู่ภายในกล้ามเนื้อได้ยากหรือไม่สามารถท าได้ในขณะที่
กล้ามเนื้อนั้นมีความต้องการเลือดอย่างมากเพอน าสารอาหารและออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ก่อให้เกิดการ
ื่
เผาผลาญสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนเกิดกรดแลคติคซึ่งเป็นสาเหตุของความล้าของกล้ามเนื้อ
(Muscular fatigue) ดังภาพที่ 2.7

