Page 69 - วิทยาศาสตร์ ม.ต้น
P. 69

61

เพมิ Sink ให้กบั ตน้ เช่นเพิมจาํ นวนฝักของขา้ วโพด เพิมจาํ นวนผลทีติด เพิมจาํ นวนหวั จะทาํ ใหก้ าร
สงั เคราะหแ์ สงเพมิ ขึน

      1.4 โปรโตพลาสต์
      อตั ราการสงั เคราะหแ์ สงจะมคี วามสมั พนั ธก์ บั การทาํ งานของโปรโตพลาสตม์ าก เมอื พืชขาดนาํ
สภาพคอลลอยด์ของโปรโตพลาสต์จะอยู่ในสภาพขาดนําด้วยทําให้เอนไซม์ที เกียวข้องกับ
การสังเคราะห์แสงทาํ งานได้ไม่เต็มที แต่พืชแต่ละชนิดโปรโตพลาสต์จะปรับตวั ให้ทาํ งานได้ดี
ไม่เท่ากนั ทาํ ใหอ้ ตั ราการสงั เคราะห์แสงเปลียนไปไม่เท่ากนั

      2. ปัจจยั ภายนอก
       2.1 ปริมาณของ CO2 ปกติจะมีเท่ากบั 0.03 เปอร์เซ็นต์ การสังเคราะห์แสงจะเพิมขึนเมือ
ปริมาณของ CO2 ในบรรยากาศเพิมขึน ยกเวน้ เมอื ปากใบปิ ดเพราะการขาดนาํ ความแตกต่างระหว่างพืช
C3 และ C4 ในแง่ของ CO2 คือ ถา้ ปริมาณของ CO2 ลดลงตาํ กว่าสภาพบรรยากาศปกติแต่แสงยงั อย่ใู น
ระดบั ความเขม้ เหนือจุด Light Compensation พบว่า พชื C3 จะมีการสงั เคราะห์แสง เป็น 0 ถา้ มีความ
เขม้ ขน้ ของ CO2 50 - 100 ส่วนต่อลา้ น แต่พืช C4 จะยงั คงสงั เคราะห์แสงไดต้ ่อไป แม้ CO2 จะตาํ เพยี ง
0 - 5 ส่วนต่อลา้ นก็ตาม ความเขม้ ขน้ ของ CO2 ทีจุดซึงอตั ราการสงั เคราะห์แสงเท่ากบั อตั ราการหายใจ
เรียกว่า CO2 Compensation Point ขา้ วโพดมี CO2 Compensation Point อยทู่ ี 0 ส่วนต่อลา้ น ในขณะ
ทีทานตะวนั มีค่าถงึ 50 ส่วนต่อลา้ น
       การเพิมความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ให้สูงขึนไปเรือย ๆ จะมีผลทาํ ให้เกิดการ
สงั เคราะห์แสงไดม้ ากขึน แต่เมือเพิมขึนสูงถึง 0.5 เปอร์เซ็นต์ พืชจะมีการสังเคราะห์แสงไดม้ ากขึน
แต่พืชจะทนไดร้ ะยะหนึง คือประมาณ 10 - 15 วนั หลงั จากนนั พืชจะชะงกั การเจริญเติบโต โดยทวั ไป
พืช C4 จะทนต่อความเขม้ ขน้ ของคาร์บอนไดออกไซดไ์ ดด้ ีกว่าพชื C3
      2.2 ความเขม้ ของแสง ใบของพืช C4 ตอบสนองต่อความเขม้ ของแสงเป็ นเสน้ ตรง คือ เมือเพิม
ความเขม้ ของแสง อตั ราการสงั เคราะห์แสงจะเพมิ ขึน โดยทวั ไปยอดของพืช C4 จะไดร้ ับแสงมากกว่า
ใบล่าง ดงั นันใบยอดอาจจะได้รับแสงจนถึงจุดอิมตวั ได้ ในขณะทีใบล่างจะไม่ไดร้ ับแสงจนถึง
จุดอมิ ตวั เพราะถูกใบยอดบงั แสงไว้ แต่เมือพิจารณาพืชทงั ตน้ หรือทงั ป่ า จะพบว่าพืชไม่ไดร้ ับแสงถึง
จุดทีจะทาํ ใหก้ ารสงั เคราะหแ์ สงสูงสุดเพราะมีการบงั แสงกนั ภายในทรงพุ่ม ส่วนคุณภาพของแสงนนั
แสงทีมคี วามยาวคลนื ช่วง 400 - 700 nm เหมาะสมทีสุด
      ความเขม้ ของแสง หรือปริมาณพลงั งานแสงต่อหนึงหน่วยพืนที ซึงมีหน่วยเป็ น ลกั ซ์ (Lux)
(10.76 lux = 1 ft-c) ในแต่ละทอ้ งทีจะมีความเขม้ ของแสงไม่เท่ากนั ซึงทาํ ใหพ้ ืชมีการปรับตวั ทาง
พนั ธุกรรมต่างกนั การสงั เคราะหแ์ สงของพชื โดยทวั ไปจะดีขึนเมือพืชไดร้ ับความเขม้ ของแสงมากขึน
เมือพืชไดร้ ับความเขม้ ของแสงตาํ กว่าทีพชื ตอ้ งการพืชจะมีอตั ราการสังเคราะห์แสงตาํ ลง แต่อตั ราการ
หายใจของพชื จะเท่าเดิม เมืออตั ราการสงั เคราะห์แสงลดตาํ ลง จนทาํ ใหอ้ ตั ราการสร้างอาหารเท่ากบั
   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74