Page 135 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 135

127

              และโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น และใช้เวลานานด้วย อาณาจักรสวรรค์ของพระเป็นเจ้าเปรียบเหมือนการ
              หว่านเมล็ดพืช  หลังจากที่ชาวนาไถนาแล้ว เขาก็หว่านข้าวแล้วก็ไถกลบ เสร็จแล้วก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่

                                        ้
              ของธรรมชาติ  เขาไม่ค่อยเฝาดูว่ามันจะงอกเมื่อไร  และอย่างไร  เขากลับไปทำหน้าที่ของเขาตามปกติ
                                  ้
              ธรรมชาติที่พระเป็นเจาทรงสร้างเริ่มทำงานอย่างมหัศจรรย์และอย่างเงียบๆ กล่าวคือ  เมล็ดเริ่มงอก
              เจริญเติบโต  ออกรวง  และที่สุดมีเมล็ดเต็มรวง หลังจากนั้นชาวนาก็เริ่มทำงานอีกครั้งหนึ่ง  คือเมื่อถึงฤดู

              เก็บเกี่ยว  เขาก็เกี่ยวข้าวใส่ยุ้งฉาง

                                               ทำไมคนดีจึงปะปนอยู่กับคนเลว

                                                ่
              ชาวยิวต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจวาอาณาจักรสวรรค์ที่พระคริสตเจ้าทรงสถาปนาขึ้นในโลกนี้ เป็น
              อาณาจักรสวรรค์ทางด้านจิตใจ  ไม่ใช่เป็นอาณาจักรสวรรค์ทางด้านการเมืองหรือเศรษฐกิจ  ที่สุดหลังจาก

              ที่เขาเข้าใจความจริงข้อนี้แล้ว เขาก็สรุปว่า อาณาจักรสวรรค์นั้นจะต้องประกอบด้วยนักบุญชาย-หญิง  ซึ่ง
              หลุดพ้นจากบาปและไม่ผูกพันกับของของโลก พวกเขาคิดว่า ในเมื่อพระคริสตเจ้าพระบุตรของพระเป็นเจ้า

              ได้เสด็จลงมายังโลก เพื่อนำมนุษย์ไปยังสวรรค์แล้ว แน่นอนที่สุด มนุษย์ก็ต้องปรารถนามุ่งไปที่นั่นตรงเลย
              ทีเดียว  แต่พระเยซูเจ้าทรงรู้จักธรรมชาติของมนุษย์ดี  พระองค์ทรงทราบว่าจะมีมนุษย์มากมายไม่อยาก

              รับความรอดที่พระองค์เสนอให้  และแม้แต่พวกที่สมัครใจรับข่าวดีจากพระองค์  ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีละทิ้ง

              ความสนุกสนานอันเป็นภัยของโลก ผู้ที่จะมีเกียรติเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ได้จะต้องต่อสู้กับการยอมต่างๆ
              และผ่านการทดลองมาแล้ว  พระศาสนจักรจะต้องต่อสู้กับศัตรูจนถึงที่สุด  พระเยซูเจ้าได้ทรงเตือนเรา

              ล่วงหน้าแล้ววา  เราจะประสบกับอุปสรรคนานาชนิด  ฉะนั้น  เราจะต้องพยายามเอาชนะอุปสรรค  ด้วย
                           ่
              ความพากเพียรเราจำจะต้องยึดเอาความพากเพียรและความรักของเยซูคริสตเจ้าเป็นแบบฉบับ


                                                 ข้าวละมาน (มธ 13:24-30)
                     24 พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือน คนหนึ่งได้

                                    25
              หว่านพืชดีในนาของตน  แต่เมื่อคนทั้งหลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของคนนั้นมาหว่านข้าวละมานปนกับข้าวดี
              นั้นไว้แล้วก็หลบไป  ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว ข้าวละมานก็ขึ้นปรากฏด้วย  ทาสแห่งเจ้าบ้าน
                                26
                                                                                            27
              จึงมาแจ้งแก่นายว่า นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีไว้ในนาของท่านมิใช่หรือ แต่มีข้าวละมานมาจากไหน
              28 นายก็ตอบว่า นี่เป็นการกระทำของศัตรู พวกทาสจึงถามว่า ท่านปรารถนาจะให้พวกเราไปถอนและเก็บ

                             29
              ข้าวละมานหรือ  แต่นายตอบว่า อย่าเลยเกลือกว่า เมื่อกำลังถอนข้าวละมานจะถอนข้าวดีด้วย  ให้ทั้ง
                                                                                                      30
                                                                                                             ็
              สองจำเริญไปด้วยกันจนถึงฤดูเกี่ยว และในเวลาเกี่ยวนั้นเราจะสั่งผู้เกี่ยวว่า จงเก็บข้าวละมานก่อน มัดเปน
                                                   ุ้
              ฟ่อนเผาไฟเสีย แต่ข้าวดีนั้นจงเก็บไว้ในยงฉางของเรา
                     อาณาจักรสวรรค์  พระบุตรของพระเป็นเจ้าทรงรับธรรมชาติมนุษย์ เพื่อไถ่กู้มนุษยชาติให้เอาตัว
              รอดไปสวรรค์ เราทราบว่าพระองค์จะเสด็จมาเพื่อประกาศข่าวดี  ครั้งแรกหลังจากบิดามารดาเดิมของเรา

              ได้ทำบาป (ปฐก 3:15)  ทั้งนี้  เพราะพระเป็นเจ้าได้ทรงสัญญาไว้  และพระองค์ยังรื้อฟื้นคำสัญญานี้กับ
              บรรพบุรุษ  ประกาศกหลายๆ ท่าน  ก็ได้ทำนายเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระองค์  พระองค์เป็นทั้งกษัตริย์

              ประกาศก และพระสงฆ์ และเนื่องจากในจารีตพิธี  กษัตริย์  ประกาศก  และพระสงฆ์ถูกเจิมด้วยน้ำมัน
              ฉะนั้น  พระผู้กอบกู้ที่จะเสด็จมาจึงได้รับชื่อใหม่ว่า พระผู้ถูกเจิม  อาณาจักรสวรรค์ของพระองค์จะแผ่ไป

              ทั่วทิศานุทิศ  สมาชิกของอาณาจักรสวรรค์มาจาก 4 มุมโลก  (เทียบ มธ 8:11; 24:14) สมาชิกไม่ใช่แต่ผู้ที่

              อยู่ในประเทศปาเลสไตน์ตามที่ชาวฟาริสเชื่ออย่างผิด ๆ พระอาณาจักรสวรรค์นี้มี 2 ระดับ  คือ
                                                   ี
   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139   140