Page 138 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 138

130

                     ในอุปมาเรื่องนี้  พระเยซูเจ้ามีพระประสงค์จะสอนว่า  อาณาจักรสวรรค์ของพระเป็นเจ้า
              ประกอบด้วยคนดีและคนชั่วที่ปะปนกันไป  แต่ว่าในอุปมาเรื่องข้าวสาลีและหญ้าร้ายนั้น  พระองค์ต้องการ

              เน้นให้เห็นว่า  คนดีนั้นจำเป็นจะต้องอดทน  พากเพียรรอเวลาที่พระเป็นเจ้าจะเสด็จมาตัดสิน  ส่วนใน
              อุปมาเรื่องอวนจับปลานี้พระองค์ต้องการเน้นถึงชะตากรรมที่รอคอยคนชั่ว ในสายตาของคนทั่ว ๆ ไป  คน

                                             ่
              ชั่วนั้นดูๆ ก็เหมือนกับคนดี  ยิ่งกวานั้นอีกคนชั่วอาจจะอวดด้วยว่าพวกเขามีความสนุกสุขสบายมากกว่าคน
                                                              ็
              ดีมีธรรมเสียอีก แต่ว่าวันหนึ่งจะมาถึงคือ วันที่พระเปนเจ้าจะทรงตัดสินมนุษย์ตามบาปบุญคุณโทษ อวนที่
              ขึงในทะเล  ชาวยิวที่ฟังพระเยซูเจ้าคงจะเข้าใจอุปมาเรื่องนี้ดี  เพราะการจับปลาเป็นอาชีพที่ชาวเมืองทำ
              กันมาก  เป็นต้นคนที่อาศัยตามริมทะเลสาบกาลิลี  อัครสาวกหลายองค์ก็เคยเป็นชาวประมงมาแล้ว  เช่น

              เปโตร  ยากอบ  ฯลฯ อวนที่กล่าวถึงนั้นเป็นอวนลาก  มีความยาวตั้งแต่ 100 เมตร  จนถึง 700 เมตร

              ส่วนความกวางนั้น  ก็สุดแต่ว่าน้ำลึกเท่าไร  ในที่ที่เขาจะตีอวนนั้น  ทางตีอวนเขาใช้ตะกั่วหรือหินถ่วงไว้
                          ้
              ส่วนทางด้านบนเขาใช้ไม้เบาๆ ทำเป็นทุ่นลอยอยู่เหนือน้ำ เวลาจะตีอวนเขาใช้วิธีล้อมเอา  และรวมปลาย

              ทั้งสองข้างเข้าหากัน  แล้วก็ลากขึ้นฝั่ง ปลาทุกชนิด  ปลาที่ติดอวนมานั้นมีหลายชนิดด้วยกัน  บางชนิดดี
              มากและราคาแพง  บางชนิดเป็นปลาไม่สู้ดี  และบางชนิดใช้รับประทานไม่ได้ด้วยซ้ำไป  เนื่องจาก

              กฎหมายของโมเสสได้ห้ามไว้  คือปลาที่ไม่มีครีบ  และไม่มีเกร็ด  เพราะเป็นปลาที่มีมลทิน  ปลาบางชนิด
              ใช้รับประทานไม่ได้เพราะมีพิษ ปลาเลวก็โยนทิ้งไป  เมื่อลากอวนขึ้นฝั่งแล้ว  เขาก็เลือกปลาชนิดดีใช้

                                                          ื่
              รับประทานได้  เขาก็เอาใส่ตะกร้าหรือใส่ข้อง เพอนำไปรับประทานหรือขายที่ตลาด  ส่วนปลาที่ไม่มี
              ประโยชน์เขาก็จะโยนทิ้งให้เน่าที่ชายทะเล  หรือให้เป็นอาหารของนก เมื่อถึงเวลาสิ้นโลกก็จะเป็นเช่นนี้

              พระเยซูเจ้าใช้คำเปรียบเทียบซื่อ ๆ เพื่ออธิบายความจริงทางด้านวิญญาณ  อวนนั้นหมายถึงอาณาจักร
              สวรรค์ที่พระองค์สถาปนาไว้ในโลก  กล่าวคือ  พระศาสนจักร  ท้องทะเลเปรียบเหมือนกับโลก  ส่วนปลา

              นั้นก็หมายถึง คนดี และคนชั่วในพระศาสนจักร  ชาวประมงก็คือพระเยซูเจ้าเอง  และบรรดาอัครสาวก

              และผู้สืบแทนตำแหน่งอัครสาวก  ซึ่งพยายามนำข่าวดีไปให้แก่ทุกคน  แต่ว่าในจำนวนคนมากมายที่เข้ามา
              ในอวน  หรือพระศาสนจักรนั้นหรือผู้ที่รับพระวรสารนั้น  จะมีหลายคนที่ทำตัวไม่เหมาะสมกับอาณาจักร

              สวรรค์ เมื่อถึงคราวสิ้นโลก  ทูตสวรรค์จะลงมาแยกคนอธรรมออกจากผู้ใคร่ธรรม  ชาวประมงเลือกปลา
              เลวออกจากปลาดีฉันใด  ทูตสวรรค์ก็จะแยกคนอธรรมออกจากผู้ใครธรรมฉันนั้น  ในวันสิ้นพิภพ (เทียบ
                                                                             ่
              มธ 13:41-43) พระเยซูเจ้าเอง  เคยตรัสไว้ในวันพิพากษาว่า  พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับบรรดาทูต
              สวรรค์เพื่อแยกคนดีออกจากคนชั่ว (มธ 25:32) ทิ้งคนชั่วลงในขุมไฟ คนอธรรมนั้นจะได้รับโทษถึงสอง

              ประการ  คือ  พวกเขาจะต้องจากผู้ใคร่ธรรม  ต้องสูญเสียพระเป็นเจ้าซึ่งเป็นองค์คุณงามความดีทุก
              ประการ  ซึ่งพวกเขาจะทราบอย่างแจ่มแจ้ง  อนึ่ง  พวกเขาจะต้องทนทุกข์แสนสาหัส  พระเยซูเจ้าทรงใช้

                             ่
              คำเปรยบเทียบวา  พวกเขาจะต้องอยู่ในขุมไฟตลอดทั้งวันชั่วนิรันดร  แน่นอน  คงไม่ใช่ไฟธรรมชาติ
                    ี
              เพราะปีศาจหรือทูตสวรรค์ขบถไม่มีร่างกายที่จะรับทนทรมานจากไฟธรรมชาติที่เราเห็นอยู่ในโลกได้  ที่นั่น
                                                                                      ี
              จะมีแต่การร้องไห้และขบฟันด้วยความขุ่นเคือง  ซึ่งเป็นปฏิกิริยาต่อความสูญเสยขุมทรัพย์อันประเสริฐ
              ที่สุด  กล่าวคือ  พระเป็นเจ้าและความบรมสุขในสวรรค์

                                    ใครเป็นประชากรในอาณาจักรสวรรค์ของพระคริสตเจ้า

                                                                                                              ้
              ในขณะที่สามัญชน  เป็นต้นคนบาปและคนเก็บภาษี ได้ฟังคำเทศนาของพระเยซูเจ้าด้วยความกระตือรือรน
              บรรดาหัวหน้าชาวยิว  คัมภีราจารย์และฟาริสี  ก็ตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับพระองค์ตั้งแต่พระองค์เริ่มเทศนาสั่ง

              สอนเลยทีเดียว  และพวกเขาก็จะเป็นศัตรูที่ดื้อรั้นกับพระองค์เสมอไป พระเมสสิยาห์  ตามความคิดเห็น
   133   134   135   136   137   138   139   140   141   142   143