Page 139 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 139
131
ของบรรดาคัมภีราจารย์และพวกคณะสงฆ์นั้น ควรจะคบค้าสมาคมกับพวกที่มีความรู้และมีความภักดีต่อ
กฎหมายของโมเสส พูดง่ายๆ กับพวกเขานั่นแหละ ที่ถือบัญญัติของโมเสสอย่างเคร่งครัด แต่ตามความ
จริง พระเยซูเจ้าทรงคบค้าสมาคมกับคนบาปและคนเก็บภาษีอย่างเปิดเผย สานุศิษย์ที่ติดตามพระองค์ก็
เป็นชาวประมงที่ไม่มีความรู้อะไร พระองค์พูดถึงอาณาจักรสวรรค์ ที่ตั้งรกรากในความสุภาพ ในความ
่
ทุกข์ยากลำบาก และในการเป็นที่ป้องกันทั่วโลก สวนคัมภีราจารย์และฟาริสรอคอยอาณาจักรสวรรค์
ี
ทางโลกที่เจริญรุ่งเรืองสำหรับชาวอิสราเอล เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่ของแปลกที่ความรู้สึกชาตินิยมของเขา
นั้นทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะเข้าใจองค์พระคริสตเจ้าและพระวรสารได้ และที่สุด ทำให้เขาต้องก่อ
่
โศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์ กลาวคือ การตรึงพระผู้มีพระคุณต่อโลกบนไม้กางเขนที่เนิน
กัลวารีโอ ในอุปมา 3 เรื่อง ที่เราจะศึกษาต่อไปนี้ พระเยซู คริสตเจ้าตรัสกับพวกคัมภีราจารย์และชาวฟา
ริสีว่า พวกเขาไม่มีโอกาสลิ้มรสอาณาจักรสวรรค์ที่พวกเขาคิดว่าพวกเขามีสิทธิ์ก่อนใครอื่นหมด นอกจาก
้
ว่าเขาจะกลับใจ ยอมรับการเชื้อเชิญของพระองค์ใหเข้าอาณาจักรสวรรค์ที่มีรากฐานบนความสุภาพและ
ถ่อมตน
งานวิวาห์มงคล (มธ 22:2-14 เทียบ ลก 14:16-24)
2 แผ่นดินสวรรค์ อุปมาเหมือนกษัตริย์องค์หนึ่ง ได้จัดการเลี้ยงเนื่องในพิธีอภิเษกมเหสีให้ราชโอรส
4
3
ของท่าน แล้วใช้ข้าราชการไปตามผู้ที่รับเชิญในการนี้ แต่เขาไม่ใคร่จะมา ท่านยังใช้ข้าราชการอื่นไปอีก
รับสั่งให้บอกผู้รับเชิญนั้นว่า ดูเถิด เราได้จัดการเลี้ยงไว้แล้ว ทั้งวัวและสัตว์ขุนแล้วของเราก็ฆ่าไว้เสร็จ สิ่ง
5
สารพัดก็เตรียมไว้พร้อม จงมาในการอภิเษกนี้เถิด แต่เขาก็เพิกเฉยและไปเสีย บางคนไปไร่นาของตน บาง
7
6
คนก็ไปทำการค้าขาย ฝ่ายพวกนอกนั้นก็จับข้าราชการทำการอัปยศต่างๆ แล้วฆ่าเสีย กษัตริย์องค์นั้นก็
ี
8
ทรงพระพิโรธ จึงรับสั่งให้ยกกองทหารไปปราบปรามฆาตกรเหลานั้น และให้เผาเมืองเขาเสย แล้วท่านจึง
่
9
รับสั่งแก่ข้าราชการว่า งานสมรสก็พร้อมอยู่ แต่ผู้ถูกเชิญนั้นไม่สมกับงาน เหตุฉะนั้นจงออกไปตามทาง
10
หลวงพบใครๆ ก็ให้เชิญมาในงานนี้ พวกข้าราชการจึงออกไปเชิญคนทั้งปวงตามถนน แล้วแต่จะพบให้มา
ทั้งดีและชั่ว จนห้องโถงงานสมรสนั้นเต็มด้วยแขก แต่เมื่อกษัตริย์องค์นั้นเสด็จทอดพระเนตรแขก ก็เห็นผู้
11
12
หนึ่งมิได้สวมเสื้อสำหรับงาน จึงรับสั่งถามว่า สหายเอ๋ย เหตุไฉนจึงมาที่นี่โดยไม่สวมเสื้อสำหรับงาน
13
่
แต่งงาน ผู้นั้นก็นิ่งอั้นอยู่พูดไม่ออก กษัตริย์จึงรับสั่งแก่พวกข้าราชการวา จงมัดมือมัดเท้าคนนี้เอาไปทิ้ง
เสียที่มืดภายนอก อันเป็นที่ที่มีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ด้วยผู้รับเชิญก็มาก แต่ผู้ที่ทรงเลือกก็น้อย
14
ชาวยิวทั่ว ๆ ไป เป็นต้นชาวฟาริสีตัดสินว่า มิใช่แต่เพียงพวกเขาจะได้อยู่ในอาณาจักรสวรรค์
เท่านั้น แต่พวกเขาจะได้ตำแหน่งดีๆ หรือเป็นหัวหน้าในอาณาจักรสวรรค์ด้วย ทั้งนี้ ก็เพราะว่าพระเมสสิ
ยาห์นั้นบังเกิดมาในเชื้อชาติของพวกเขา ถ้าหากพระคริสตเจ้าซึ่งเป็นพระบุตรพระเจ้าที่รอบรู้ทุกอย่างถือ
ว่าภัยพิบัตินั้นรุนแรงมากจนกระทั่งว่า พระองค์ยอมรับความยากลำบากและทนทุกข์ทรมานเพื่อช่วยเรา
ใครเลาจะถือว่าภัยพิบัตินั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือดำรงชีวิตราวกับว่านรกไม่มี แม้เราจะไม่สามารถเข้าใจ
่
ถึงหายนะประการนั้นทั้งหมด อย่างไรก็ดีเราก็พอจะเข้าใจได้บ้าง เพราะเราทุกคนต่างก็เคยประสบความ
ทุกข์ร้อนมาแล้ว ไม่ทางกายก็ทางใจ เช่น ปวดหัว ปวดฟัน กระดูกหัก นอนไม่หลับ อัมพาต ฯลฯ
และเขาก็พยายามหาหมอหรือหยูกยาเพื่อจะได้บรรเทาความเจ็บปวดนั้น แม้ว่าจะต้องเสียเงินเสียทองก็
ตาม ถ้าหากแพทย์บอกเราว่าอีกไม่กี่วันก็หาย เราก็รสึกดีใจมากแล้ว ถ้าหากความเจ็บปวดนั้นคงอยู่ต่อไป
ู้
เรื่อย ๆ โดยไม่รู้จักจบสิ้น ถ้าหากไม่มียาชนิดใดที่จะบรรเทาความเจ็บปวดให้ลดน้อยลง ถ้าหากเราต้อง
ทนอยู่ในสภาพเช่นนั้นโดยไม่มีวันตายล่ะ เขาจะมีความรู้สึกอย่างไร ในด้านความเสียหายก็เช่นกัน เรา

