Page 179 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 179
171
ั
อาณาจักรสวรรค์ โดยอาศัยพระเมตตาของพระเยซูเจ้าด้วยกันทั้งคู่ และสำหรบทั้งสองคน พวกเขาก็
ได้รับบำเหน็จรางวัลที่มากกว่าที่เขาจะได้รับทั้งคู่ ดังนี้แหละ คนกลุ่มสุดท้ายจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มแรก
และคนกลุ่มแรกจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มสุดท้าย ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ไม่มีใครจะเรียกร้องอะไรจากพระ
เป็นเจาได้ เพราะพระองค์ไม่ได้เป็นหนี้ใคร สำหรับคนบางประเภท ชาวฟาริสีที่คิดว่าพวกเขามีสิทธิ์ก่อน
้
้
คนอื่นๆ ในอาณาจักรสวรรค์ของพระเป็นเจา จนกระทั่งว่าคนอื่นไม่มีสิทธิ์นั้น พระเยซูเจ้าก็ทรงสอนเขา
ว่าพระเป็นเจ้าจะกระทำต่อพวกเขาตามความยุติธรรม พวกเขาอาจจะไปสวรรค์ได้ ถ้าหากพวกเขา
ประพฤติตนเหมาะสม แต่พวกเขาไม่มีหน้าที่ที่จะไปห้ามพระเป็นเจ้า พระองค์ก็มีอิสระและพระองค์จะให้
ิ่
ใครไปสวรรค์ก็ได้ทั้งนั้น ยงกว่านั้นพระองค์อาจจะให้ตำแหน่งเท่ากันหรือว่าสูงกว่าชาวฟาริสีแก่คนอื่นๆ ก็
ได้ คนบาปที่สำนึกผิด ลูกล้างผลาญที่กลับใจ ก็เป็นที่รักใคร่ของพระบิดาเจ้าสวรรค์ไม่แพ้ลูกคนโตที่อยู่
บ้านและไม่ต้องการกลับใจเหมือนกัน
การถ่อมตนรับใช้ (ลก 17:7-10 เทียบ ยน 13:4-5)
7 ในพวกท่านมีคนใดที่มีบ่าวไถนาหรือเลี้ยงแกะ เมื่อบ่าวคนนั้นกลับมาจากทุ่งนา จะบอกเขาว่า
เชิญนั่งลงรับประทานทีเดียวเถิด หรือจะไม่บอกเขาว่า จงหาให้เรารับประทานและคาดเอวไว้เดินโต๊ะให้
8
เรา จนเราจะกินและดื่มอิ่มแล้ว และภายหลังเจ้าจึงค่อยกินและดื่มเถิด นายจะขอบใจบ่าวนั้น เพราะบ่าว
9
10
ได้ทำตามคำสั่งหรือ ฉันใดก็ดี เมื่อท่านทั้งหลายได้กระทำสิ่งสารพัด ซึ่งเราบัญชาไว้แก่ท่านนั้น ก็จงพูด
ด้วยว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นบ่าวที่ไม่มีบุญคุณต่อนาย ข้าพเจ้าได้กระทำตามหน้าที่ซึ่งข้าพเจ้าควรกระทำ
เท่านั้น
เมื่อสานุศิษย์ 72 คน กลับจากการเทศนาสั่งสอนตามเมืองและตามหมู่บ้านในแคว้นกาลิลี พวก
เขามีความปีติยินดีเพราะว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงมอบอำนาจมากมายให้แก่พวกเขา “แม้แต่ปีศาจก็ยังอ่อน
น้อมต่อเราเดชะพระนามของพระองค์” พวกเขากล่าว พระอาจารย์เจ้าจึงติงพวกเขาไว้นิดหน่อยว่า อยา
่
ภาคภูมิใจจนเกินไป” อย่าชื่นชมยินดีที่ปีศาจอ่อนน้อมต่อท่าน” (ลก 10:20) เป็นของธรรมดาเหลือเกินที่
้
บรรดาสานุศิษย์ซึ่งเพิ่งจะเริ่มติดตามพระเยซูเจ้าและเริ่มมีความเชื่อถูกล่อลวงให้มีความจองหองบางในฤทธิ์
อำนาจที่พวกเขาได้รับ แต่พวกเขาจะต้องพยายามหาทางชนะต่อการผจญชนิดนี้ อุปมาเรื่องต่อไปนี้จะ
เป็นเครื่องเตือนใจว่า พวกเขาจะต้องพยายามฝึกหัดฤทธิ์กุศลความสุภาพอย่างแท้จริง บรรดาอัครสาวก
ได้ภาวนาขอให้พระองค์เพิ่มพูนความเชื่อของพวกเขา (เทียบ 17:5) กล่าวคือ ให้พระองค์บันดาลให้พวก
เขามีความไว้วางใจในพระเป็นเจามากยิ่งขึ้น พวกเขาจะต้องไม่อ้างสิทธิอะไรเลยในการทำงานเพื่อพระ
้
เป็นเจา เพราะพระองค์นั่นแหละบันดาลให้การงานของพวกเขาบังเกิดผล และผลงานนั้นเป็นของพระ
้
่
เป็นเจามากกว่าเป็นของพวกขา เพราะพระองค์ได้เคยตรัสไว้วา “ถ้าไม่มีเรา ท่านก็ทำอะไรไม่ได้เลย”
้
ท่านผู้ใดที่มีคนรับใช้ เป็นวิธีพูดมากกว่า ไม่จำเป็นจะต้องเข้าใจว่าบรรดาอัครสาวก หรือพวกสานุศิษย์มี
คนใช้ ออกไปไถนาหรือไปเลี้ยงแกะ เป็นหน้าที่ประจำวันที่สำคัญของคนใช้ที่จะต้องทำในนาของนาย
เมื่อคนรับใช้กลับจากทุ่งนา สำหรับคนใช้หรือคนงานธรรมดา ตามปกติพวกเขาเลิกงานหรือกลับจากนา
ตอนเย็นๆ แต่คนใช้ในอุปมาเป็นทาสไม่ใช่เป็นคนงานที่เขาจ้างมา เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่มีสิทธิอันใดเลย
เขาเป็นกรรมสิทธิ์ของนายอย่างเด็ดขาด และจะต้องพร้อมเสมอที่จะทำตามคำสั่งสอนของนาย มานั่งโต๊ะ
้
้
เถิด สำหรับคนงานที่เขาจางมา เขาก็ต้องทำงานบาน เขาจะต้องเตรียมอาหารเย็นสำหรับนาย ซึ่งเป็น
งานที่ยุ่งไม่ใช่น้อย เพราะอาหารมื้อเย็นเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด และเขาจะต้องคอยรับใช้นายด้วย ขณะที่ฉัน
กินและดื่ม การเตรียมอาหาร จัดโต๊ะ และรอนายทานอาหาร กว่าจะเสร็จ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย

