Page 175 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 175

167

              นิรันดร เพราะเขาต้องการความสุขเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเพียงสั้นๆ ในโลกนี้  เช่น ยศถาบรรดาศักดิ์ เงินทอง
              และข้าวของของโลก  พระคุณตามธรรมชาติที่พระเป็นเจ้าได้ทรงประทานให้เพื่อเขาจะได้บรรลุถึงสวรรค์

              เขากลับใช้มันเพื่อความสุขที่จอมปลอมในโลกนี้  อุปมาต่อไปนี้  ต้องการจะสอนว่า  ความเพียรพยายาม
              แต่เพียงเล็กน้อยที่พระเป็นเจ้าทรงพระประสงค์จากเรานั้น  ถ้าหากเราปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระองค์

              เราก็จะได้รับรางวัลอย่างงดงามทีเดียว

                              ผู้รับใช้สิบคนที่รับเงินไปทำทุน (ลก 19:11-27 เทียบ มธ 25:14-30)
                     11 เมื่อเขาทั้งหลายได้ยินเหตุการณ์นั้น พระองค์ได้ตรัสคำอุปมาเรื่องหนึ่งให้เขาฟังต่อไป เพราะ

              พระองค์เสด็จมาใกล้กรุงเยรูซาเล็มแล้ว และเพราะเขาทั้งหลายคิดว่าแผ่นดินของพระเจ้าจะปรากฏโดย
                   12
              พลัน  เหตุฉะนั้นพระองค์จึงตรัสว่า มีเจ้านายองค์หนึ่งไปเมืองไกล เพื่อจะรับอำนาจมาครองแผ่นดิน แล้ว
                        13
                               ึ
              จะกลับมา  ท่านจงเรียกทาสของท่านสิบคนมามอบเงินไว้แก่เขาสิบมินา สั่งวา จงเอาไปค้าขายจนเราจะ
                                                                                    ่
                     14
                                                                                                       15
              กลับมา  แต่ชาวเมืองชังท่านผู้นั้น จึงใช้คณะทูตตามไปทูลว่า เราไม่ต้องการให้ผู้นี้ครอบครองเรา  เมื่อ
              ท่านได้รับอำนาจครองแผ่นดินกลับมาแล้ว ท่านจึงเรียกทาสทั้งหลายที่ท่านได้ให้เงินไว้นั้นมา เพื่อจะได้รู้ว่า
              เขาทุกคนค้าได้กำไรกี่มากน้อย  ฝ่ายคนแรกมาทูลว่า พระเจ้าข้า เงินมินาหนึ่งของพระองค์ ได้กำไรสิบมิ
                                           16
                                                                      ้
              นา  พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า ดีแล้วเจ้าเป็นทาสที่ดี เพราะเจาสัตย์ซื่อในของเล็กน้อยเจ้าจงมีอำนาจ
                 17
                                    18
              ครอบครองสิบเมืองเถิด  คนที่สองมาทูลว่า พระเจ้าข้า เงินมินาหนึ่งของพระองค์ได้กำไรห้ามินา  19
                                                                          20
              พระองค์จึงตรัสกับเขาเหมือนกันว่า เจ้าจงครอบครองห้าเมืองเถิด  อีกคนหนึ่งมาทูลว่า พระเจ้าข้า นี่เงินมิ
                                                             21
              นาหนึ่งของพระองค์ข้าพระบาทได้เอาผ้าห่อเก็บไว้  เพราะข้าพระบาทกลัวฝ่าพระบาท ด้วยว่าฝ่าพระบาท
                                                                                                    22
              เป็นคนเข้มงวด ฝ่าพระบาทเก็บผลซึ่งฝ่าพระบาทมิได้ลงแรง และเกี่ยวที่ฝ่าพระบาทมิได้หว่าน  พระองค์
              จึงตรัสตอบเขาว่า อ้ายข้าชั่วช้า เราจะปรบโทษเจ้าโดยคำของเจ้าเอง เจ้าก็รู้หรือว่าเราเป็นคนเข้มงวดเก็บ
                                                   ั
                                                        23
              ผลซึ่งเรามิได้ลงแรง และเกี่ยวที่เรามิได้หว่าน  ก็เหตุไฉนเจ้ามิได้ฝากเงินของเราไว้ที่ธนาคารเล่า เมื่อเรามา
                                               24
              จะได้รับเงินของเรากับดอกเบี้ยด้วย  แล้วพระองค์ตรัสสั่งคนที่ยืนอยู่ที่นั่นว่า จงเอาเงินมินาหนึ่งนั้นไปจาก
                                    25
                                                                                 26
              เขาให้แก่คนที่มีสิบมินา  คนเหล่านั้นทูลว่า พระเจ้าข้า เขามีสิบมินาแล้ว  เราบอกเจ้าทั้งหลายว่า ทุกคน
                                                                                            27
              ที่มีอยู่แล้วจะเพิ่มเติมให้เขาอีก แต่ผู้ที่ไม่มี แม้ว่าซึ่งเขามีอยู่นั้น จะต้องเอาไปจากเขา  ฝ่ายพวกศัตรูของ
              เราที่ไม่ต้องการให้เราครอบครองเขานั้น จงพาเขามาที่นี่ และฆ่าเสียต่อหน้าเรา

                     อุปมาเรื่องนี้  พระเยซูเจ้าได้ทรงเล่าให้สานุศิษย์และผู้ที่เดินตามพระองค์อย่างซื่อสัตย์ฟัง  ขณะที่

              พระองค์เสด็จไปกรุงเยรูซาเลมเป็นครั้งสุดท้าย  พระองค์ได้เสด็จลงมาจากแคว้นกาลิลีไปยังลุ่มแม่น้ำ
              จอร์แดนและได้กระทำอัศจรรย์ ที่เมืองเยรีโค พระองค์ได้ทรงรักษาคนตาบอด และได้เข้าไปเยี่ยมบ้าน
              ของศักเคียส คนเก็บภาษีที่ใครๆ ต่างก็สบประมาท    และได้ประกาศว่าศักเคียสเป็นบุตรของอับราฮัมด้วย

              เพราะฉะนั้น  พระองค์ควรจะสนพระทัยต่อเขาด้วย  การทำเช่นนี้  ทำให้พวกที่ติดตามพระองค์รู้สึกแปลก

              ใจ  เพราะเขาเข้าใจว่า  อาณาจักรสวรรค์ของพระเมสสิยาห์นั่นไม่มีที่สำหรับคนบาปและคนเก็บภาษี
              พระองค์ทรงเล่าอุปมาเรื่องนี้  เพื่อจะได้แก้ความผิดระหว่างผู้ที่ติดตามพระองค์ที่ปรารถนาให้พระองค์

              ปกครองพวกเขา  แต่ความนึกคิดของพวกเขา และในเวลาเดียวกันก็ทรงมีพระประสงค์ที่จะแก้ความผิด
              ของพวกศัตรูของพระองค์ซึ่งไม่มีความประสงค์จะให้พระองค์ปกครองพวกเขาเลย บุรุษตระกูลสูงผู้หนึ่ง

              ออกเดินทางไปแดนไกลเพื่อรับตำแหน่งกษัตริย์ เรื่องที่พระเยซูเจ้าได้ทรงเล่านี้ก็คุ้นหูผู้ฟังมากในสมัยนั้น
              เพราะว่าประเทศปาเลสไตน์และประเทศตะวันออกกลางในสมัยนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน

              อำนาจตามเมืองขึ้นมักจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเมื่อพระราชาสิ้นพระชนม์  มงกุฎราชกุมารจะต้องเดินทาง
   170   171   172   173   174   175   176   177   178   179   180