Page 176 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 176
168
ไปกรุงโรมเพื่อขอให้ทางโรมแต่งตั้งตนเป็นกษัตริย์ปกครองสืบต่อจากพระราชบิดา และบางครั้งในเรือลำ
่
็
เดียวกันนั่นแหละ ผู้โดยสารมักจะเป็นผู้ที่อ้างวาตัวเองมีสิทธิ์จะขึ้นครองราชย์ ในอุปมา ผู้ที่อ้างสิทธิ์เปน
เชื้อพระวงศ์ซึ่งหมายถึงพระเยซูเจ้าเอง พระองค์ก็เสด็จเดินทางไปไกล หมายความว่า กว่าพระองค์จะได้
ิ
ครองราชย์ต้องใช้เวลานานมาก เท่ากับบอกว่าอาณาจักรสวรรค์ของพระเมสสยาห์ไม่ใช่จะมาถึงในอนาคต
อันใกล้ตามที่ชาวยิวหลายคนเคยฝันเอาไว้ เขาเรยกผู้รับใช้สิบคนเข้ามา เขาก็ได้ให้เงินปอนด์ และสั่งพวก
ี
่
เขาว่าจงค้าขายจนกวาเราจะกลับ เลข 10 มักจะหมายถึงจำนวนทั้งหมด ในที่นี้หมายถึงคนใช้หรือ
ผู้ติดตาม ซึ่งเป็นพวกที่ตรงกันข้ามกับพวกศัตรูที่กล่าวถึงในข้อต่อไป ขุนนางผู้นั้นได้แจกจ่ายทรัพย์สมบัติ
ให้พวกเขา เพื่อให้พวกเขานำไปใช้ประโยชน์ในเวลาที่เขาไม่อยู่ จำนวน 1 ปอนด์ มีค่าแรงงานคนงาน
100 วัน เพราะฉะนั้น คนใช้ทุกคนจะต้องรับผิดชอบในการใช้เงินนั้น แต่ชาวเมืองเกลียดชังเขา ใน
ประวัติศาสตร์ เรามักจะพบตัวอย่างเสมอว่า เมื่อคนใดคนหนึ่งต้องการบัลลังก์ก็มักจะมีคนบางพวกที่
สนับสนุน และบางพวกก็ไม่เห็นด้วย เทียบปฏิปักษ์ของพระเยซูเจ้า คือ ชาวฟาริสีและบรรดาผู้นำของ
ชาวยิว เพราะพวกเขาได้เลือกจักรพรรดิโรมันเป็นกษัตริย์ แทนที่จะเลือกพระเมสสิยาห์ พระเยซูเจ้าซึ่ง
่
พระเป็นเจ้าได้ส่งมาในโลกนี้ แต่เขาก็ยังได้รับตำแหน่งกษัตริย์แล้วกลับมา กวาจะได้ตำแหน่งนี้ เวลาก็ผ่าน
ไปนานเพราะว่าเขาเดินทางไกล และทางด้านคนใช้ก็ได้ใช้เงินให้เป็นประโยชน์ เมื่อเขาได้เป็นกษัตริย์แล้ว
เขาก็จะปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่ผู้ที่สนับสนุนเขาและจะลงโทษพวกกบฏ สั่งให้ไปเรียกผู้รับใช้ที่เขามอบเงิน
ให้ไว้มาพบ เขาเรียกพวกที่ซื่อสัตย์เข้ามาก่อน แต่ละคนจะต้องรายงานในกิจการของตน พระองค์
ประทานเงินให้ก็เพื่อจุดประสงค์ ดังนั้น พระองค์ก็ต้องการทราบวาทุกคนได้ทำตามจุดประสงค์หรือไม่
่
นายขอรับ เงินที่ท่านให้ไว้ ทำกำไรได้สิบเท่า คนใช้ได้คืนเงินทั้ง 10 ปอนด์ ให้แก่นายของตนทั้งหมดโดย
็
ไม่ได้เรียกร้องอะไรไว้สำหรับตนเองเลย แต่นายก็เหนน้ำใจและความสามารถของเขา และได้ประทาน
้
รางวัลแก่เขา ดีแล้ว เจาเป็นผู้รับใช้ที่ดี เพราะเจ้าซื่อสัตย์ในเรื่องเล็กน้อย เจาจงมีอำนาจปกครองเมืองสิบ
้
เมืองเถิด พระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่นี้ต้องการผู้ปกครองสำหรับเมืองต่างๆ ในราชอาณาจักรของพระองค์
พระองค์ได้ทรงเลือกจากคนที่ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้ซื่อสัตย์และมีความสามารถในการทำงานระหว่างที่
พระองค์ไม่อยู่ และพระองค์จะทรงปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่เขาตามความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่ได้รับ
มอบหมาย แต่ว่ารางวัลนั้นเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ คนที่สองเข้ามา รายงานว่า นายขอรับ เงินที่ท่านให้
ไว้ ทำกำไรได้ห้าเท่า กำไรที่คนที่สองทำให้แก่นายนั้นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของคนแรก อย่างไรก็ดี กำไรนั้น
ก็เป็นผลของความพยายามของเขา และเขาก็ได้รับรางวัลตามอัตราส่วน อีกคนหนึ่งเข้ามารายงานว่า นาย
ขอรับ เงินที่ท่านให้ไว้อยู่นี่ ข้าพเจ้าเอาผ้าห่อเก็บไว้ คนใช้ที่สามนี้ไม่ได้ทำตามคำสั่งที่นายได้สั่งไว้ เขาได้
เก็บไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้มันให้เกิดประโยชน์แต่อย่างไรเลย ระหว่างที่พระราชาไม่อยู่ เขาติดธุระกับเรื่องของเขา
และไม่มีเวลาทำงานให้พระราชาเลย ข้อแก้ตัวของเขาก็ฟังไม่ขึ้น ผมกลัวว่าพระองค์เคร่งครัด แต่
พระราชาได้ตรัสตอบว่า ถ้าเจ้ากลัวเราจริงๆ เจ้าก็คงจะทำงานเต็มกำลังความสามารถ ยิ่งกว่านั้น ดู
เหมือนเขาจะกล่าวหาพระราชาด้วยว่า พระองค์ไม่สู้จะยุติธรรมเท่าไร เพราะ “พระองค์ทวงแม้ไม่ได้ฝาก
และเก็บเกี่ยวแม้ไม่ได้หว่าน” แน่นอนเป็นคำพูดข้ออ้างที่ไม่ตรงกับความจริง เพราะตามความจริง
พระองค์ทรงยุติธรรม และทรงพระทัยดีด้วย เพราะคนใช้ที่รับผิดชอบนั้น พระองค์ได้ปูนบำเหน็จรางวัล
ให้มากมาย การที่เขาไม่ใช้เงินที่ได้รับมอบหมายให้เป็นประโยชน์ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน
หรือเพราะคิดว่านายคงจะไม่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินก็ได้ เพราะเหตุนี้เอง พระราชาจึงได้เอาเงินคืน และ
ไม่ได้ให้ตำแหน่งอะไรแก่เขา เนื่องจากเขาไม่ซื่อสัตย์และไม่รู้จักรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาได้รับมอบหมาย
นายขอรับ เขามีเงินมากอยู่แล้ว คนที่อยู่ใกล้เคียงรู้สกประหลาดใจที่พระราชาทรงพระทัยดีเพิ่มเงินอีก 1
ึ

