Page 174 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 174

166

                                     ต้นมะเดื่อเทศไร้ผล (ลก 13:6-9, เทียบ มธ 21:19-20)
                     6 พระองค์ตรัสคำอุปมาต่อไปนี้ว่า คนหนึ่งมีต้นมะเดื่อต้นหนึ่งปลูกไว้ในสวนองุ่นของตน และเขามา

                                  7
              หาผลที่ต้นนั้นก็ไม่พบ  เขาจึงว่าแก่คนที่รักษาเถาองุ่นว่า นี่แน่ะ เรามาหาผลที่ต้นมะเดื่อนี้ได้สามปีแล้ว แต่
                                                            8
              ไม่พบ จงโค่นมันเสีย จะให้ดินจืดไปเปล่า ๆ ทำไม  แต่ผู้รักษาเถาองุ่นตอบเขาว่า นายเจ้าข้า ขอเอาไว้ปนี้
                                                                                                            ี
              อีก ให้ข้าพเจ้าพรวนดินเอาปุ๋ยใส่  แล้วถ้าปีหน้ามันเกิดผลก็ดีอยู่ ถ้าไม่เกิดผล ภายหลังท่านจงโค่นมันเสีย
                                             9
                     ในพระวรสารตามคำเล่าของนักบุญลูกา 12:23-30 พระอาจารย์ได้ทรงเตือนชาวฟาริสีว่า  การที่
              พวกเขาเป็นลูกหลานของอับราฮัมและเป็นประชากรที่พระเป็นเจ้าทรงเลือกสรร ซึ่งพวกเขาภาคภูมิใจ
              เสมอนั้น  ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะได้เข้าอาณาจักรสวรรค์โดยอัตโนมัติ  พระเป็นเจ้าได้ทรงเลือกสรร

              อับราฮัมบิดาของประชากรของพระองค์ก็เพื่อให้เขาและลูกหลานเป็นกระบอกเสียงของพระเป็นเจ้า  เขา

              จะต้องซื่อสัตย์ต่อพระองค์ก่อนแล้วจึงจะนำให้คนต่างชาติเข้ามาหาพระผู้กอบกู้ซึ่งพระเป็นเจ้าได้ทรง
              สัญญาไว้หลังจากที่บิดามารดาเดิมได้ตกในบาป บรรดาประกาศกเรียกพระผู้ไถ่ว่าพระเมสสิยาห์ หมายถึงผู้

                                                                        ้
              ที่ถูกเจิม  ซึ่งเป็นทั้งกษัตริย์ สงฆ  และประกาศกของพระเป็นเจา  แต่น่าเสียดายที่ชาวฟาริสีมักจะคิดถึง
                                           ์
                                                                                      ็
              อภิสิทธิ์ของเขาเสมอ  แต่ไม่ค่อยจะสนใจต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากพระเปนเจ้าเลย  และในที่สุด
              แม้ว่าพระคริสตเจ้าได้เสด็จมาท่ามกลางพวกเขาแล้ว  พวกเขาก็ยังไม่ยอมรับรู้พระองค์ ทั้งนี้ก็เพราะว่า
              พวกเขารอคอยพระผู้กอบกู้ทางด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจมากกว่าทางด้านศาสนา ยิ่งกว่านั้นอีก

              พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการประหารผู้กอบกู้ของพวกเขาเอง  พระองค์จึงทรงเตือนพวกเขาให้สนใจ
              ทางด้านศาสนามากกว่าด้านทางโลก ชายผู้หนึ่งปลูกต้นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งในสวนองุ่นของตน  มะเดื่อและ

              องุ่นเป็นต้นไม้ที่มีคนปลูกกันมากในประเทศปาเลสไตน์และให้ผลดีพอสมควร  ที่เขาปลูกมะเดื่อไว้ในสวน
              องุ่นมิใช่หวังผลอยางเดียว  แต่ว่าเพื่อให้กิ่งก้านและเถาองุ่นมีที่ยึดด้วย  ทั้งองุ่นและมะเดื่อต้องการใส่ปุ๋ย
                               ่
              พรวนดินเหมือนกัน เขาได้มาหาผลมะเดื่อ แต่ไม่พบเลย เจาของสวนได้ทำทุกอย่างเพื่อให้มะเดื่อออกผล
                                                                   ้
              แต่ก็ไร้ผล  เขาจึงได้พูดถึงคนดูแลสวนองุ่นว่า  ตลอด 3 ปี  เขาไม่ได้เห็นผลเลย  เจ้าของสวนได้อดทนและ
              รอมาตั้ง 3 ปีแล้ว  ตามปกติถ้าหากว่าต้นไม้ไม่มีผล 2 ปี  ติดต่อกัน  ชาวสวนก็จะโค่นลงแล้ว  แต่ที่เขาได้

              เพียรทนถึง  3 ปี  แต่ก็ยังไม่เห็นผลอีก จงโค่นมันเสียเถิด  เขาคิดว่าไม่ควรจะเก็บต้นมะเดื่อไว้อีกต่อไป
              เขาคิดจะปลูกใหม่  และคงจะได้ผลมากกว่า “นายครับ  โปรดปล่อยไว้อีกปีเถิด จนกว่าผมจะพรวนดินและ

              ใส่ปุ๋ยให้มัน” เขาขอเวลาให้ต้นมะเดื่อ เขาจะเอาใจใส่เป็นพิเศษ มันจะออกผลหรือไม่  บางทีมะเดื่อจะผลิ
              ดอกออกผลแล้วก็จะไม่ต้องถูกโค่น ถ้าไม่ออกผล ท่านจะโค่นทิ้งเสียก็ได้ ถ้าหากปล่อยให้โอกาสสุดท้ายแล้ว

              ยังไม่เกิดผล  มันก็จะต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน

                                         สวรรค์ : พระคุณอันประเสริฐของพระเป็นเจ้า

                     พระเยซูเจ้าพระผู้กอบกู้ของเรามิใช่เพียงแต่เปิดประตูสวรรค์ให้เราอีกครั้งหนึ่งโดยอาศัยการ

              สิ้นพระชนม์บนกางเขนเท่านั้น  แต่ว่าพระองค์ยังได้ทรงประทานวิธีที่จำเป็นเพื่อเราจะได้บรรลุถึงที่นั่น
              พระองค์ได้ทรงชี้หนทางให้เราเดินตามและจัดหาเสบียงและทุกสิ่งที่จำเป็นให้เราอีกด้วย  พระองค์ยังได้

              ทรงประทานประมุขสูงสุดและคณะสงฆ์เพื่อนำทาง  สั่งสอน  และให้กำลังใจแก่เราในการเดินทาง  สิ่งที่
              เราจะต้องทำก็คือ  เราจะต้องใช้พระคุณตามธรรมชาติและพระหรรษทานซึ่งพระเป็นเจ้าได้ทรงประทาน

              ให้แก่เรา  หมายความว่าเราจะต้องออกแรงทำงานด้วย  และในการออกแรงทำงานร่วมมือกับพระหรรษ
              ทานนี้บางครั้งเราจำเป็นจำต้องเสียสละ อย่างไรก็ดี การเสียสละนั้นก็เป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าจะ

              เปรียบเทียบกับรางวัล คือ  อาณาจักรสวรรค์  ถึงกระนั้นก็ดี  น่าเสียดายที่บางคนไม่บรรลุถึงความสุขชั่ว
   169   170   171   172   173   174   175   176   177   178   179