Page 440 - SRT RP_Final Report_221107
P. 440

รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


               จากนั้นจึงดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับวัตถุอันตรายชนิดนั้น ๆ เช่น เรื่องการดูแลความปลอดภัยใน

               การขนส่ง การจัดให้มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็น การจัดให้มีสัญลักษณ์ตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น

               12.2.1.2 พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2562


                      (1)     บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

                              โครงการที่ถือเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมาย


                              โครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูการรถไฟฯ ที่จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ

               จะต้องเป็นโครงการซึ่งมีลักษณะดังต่อปนี้

                              1.     เป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน


                                     หน่วยงานของรัฐที่จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ จะต้องมีสถานะตามที่

               มาตรา 4 กำหนด ซึ่งประกอบไปด้วย 1. ส่วนราชการ 2. รัฐวิสาหกิจ 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. หน่วยงาน

               อื่นของรัฐ ในกรณีที่ไม่เข้าคำนิยามของหน่วยงานรัฐข้างต้น หน่วยงานดังกล่าวก็ไม่ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.

               การร่วมลงทุนฯ เช่น ในกรณีที่เป็นบริษัทที่มีส่วนราชการถือหุ้นอยู่แต่ไม่เกินร้อยละห้าสิบ เป็นต้น สำหรับกรณีของ

               การรถไฟฯ ถือเป็นรัฐวิสาหกิจตาม ข้อ 2. ของมาตรา 4 ข้างต้น เนื่องจากมีการจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. การรถไฟฯ

                                     ในส่วนของเอกชนนั้น มาตรา 4 ได้กำหนดนิยามเอาไว้ว่า “นิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงาน

               ของรัฐ และรวมถึงบุคคลธรรมดาด้วย” ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เอกชนที่จะร่วมลงทุนกับหน่วยงานของรัฐมักจะมีสถานะ

               เป็นบริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือบริษัทมหาชนจำกัด ตามพระราชบัญญัติบริษัท

               มหาชนจำกัด พ.ศ. 2535

                              2.     เป็นโครงการตามที่หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ต้องทำตามกฎหมายหรือวัตถุประสงค์

               ในการจัดตั้ง


                                     มาตรา 4 ได้กำหนดนิยามของคำว่า “โครงการ” ว่าหมายถึง “โครงการลงทุนของรัฐใน
               กิจการที่หน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรือหลายหน่วยงานรวมกันมีหน้าที่และอำนาจต้องทำตาม

               กฎหมายหรือกฎ หรือที่มีหน้าที่และอำนาจต้องทำตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง” อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่า

               การที่กฎหมายบัญญัติว่าให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการอะไรแล้ว จะถือว่าหน่วยงานของรัฐนั้นต้องมีอำนาจหน้าที่

               ที่ต้องทำตามกฎหมายไปเสียทั้งหมด ในกรณีนี้จะต้องพิจารณาด้วยว่าการบัญญัติดังกล่าวเป็นการบัญญัติใน

               ลักษณะบังคับว่าหน่วยงานของรัฐนั้นมีหน้าที่จะต้องกระทำ หรือเป็นเพียงการบัญญัติในลักษณะ
               ของการให้พิจารณาในการเลือกดำเนินการตามความเหมาะสม ซึ่งหากเป็นกรณีหลัง ก็จะไม่ถือว่าเป็นอำนาจ



                                                                                                          376
   435   436   437   438   439   440   441   442   443   444   445