Page 482 - SRT RP_Final Report_221107
P. 482
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
พ.ศ. 2565 มีการจัดเก็บภาษีตามพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2564 ในอัตรา
ร้อยละ 0.01 ถึง 0.7 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ตามประเภทการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สินนั้น ๆ โดยจะไม่มีการ
บรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีโดยการลดค่าภาษีที่ต้องเสียให้เหลือร้อยละ 10 ดังเช่นในปีภาษี พ.ศ. 2654 แต่
อย่างใด การจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินของการรถไฟฯ ทั้งหมดดังกล่าว ย่อมเป็นการสร้างภาระทางการเงินให้แก่
การรถไฟฯ เป็นอย่างมากเนื่องจากการรถไฟฯ มีทรัพย์สินที่ตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่หลายรายการด้วยกัน ซึ่ง
ในส่วนนี้เอง ที่ปรึกษาเข้าใจว่าการรถไฟฯ ได้ทำการหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลังเกี่ยวกับ
ประเด็นในการจัดเก็บภาษีแล้วเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564 แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากหน่วยงานทั้งสองแต่
อย่างใด
(3) แนวทางในการดำเนินงาน
การรถไฟฯ ควรที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้ ให้แล้วเสร็จก่อนเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 อันเป็น
กรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้องค์กรส่วนท้องถิ่นทำการประเมินภาษี เพื่อให้การประเมินภาษีขององค์กร
ส่วนท้องถิ่นในปีภาษี พ.ศ. 2565 และปีภาษีถัดไปอย่างถูกต้อง และเป็นธรรมต่อการรถไฟฯ มากที่สุด อีกทั้ง ยัง
เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดข้อพิพาททางภาษีกรณีที่การรถไฟฯ ไม่เห็นพ้องด้วยกับการประเมินภาษีของ
พนักงานเจ้าหน้าที่อีกด้วย
1. ดำเนินการเร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลังตอบข้อหารือ
ของการรถไฟฯ หรือทำการหารือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหากจำเป็นเพื่อให้มีความชัดเจนในการจัดเก็บ
ภาษีจากทรัพย์สินของการรถไฟฯ มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความชัดเจนว่าทรัพย์สินของการรถไฟฯ ประเภท
ใดที่ต้องเสียภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างบ หรือได้รับยกเว้นบ้าง เพื่อที่การรถไฟฯ จะได้นำไปติดต่อประสานงานกับ
องค์กรส่วนท้องถิ่นให้ทำการประเมินภาษีให้สอดคล้องกับแนววินิจฉัยของหน่วยงานข้างต้นต่อไป
2. จัดทำบัญชีทรัพย์สินของการรถไฟฯ ในภาพรวม จากนั้นจึงจัดทำรายละเอียดลักษณะใน
การใช้ประโยชน์ทรัพย์สินแต่ละรายการเนื่องจากอัตราภาษีที่จัดเก็บจะมีความแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการ
ใช้ประโยชน์แต่ละประเภท เช่น ทรัพย์สินเดียวกันอาจมีการแบ่งสัดส่วนการใช้ประโยชน์หลายประเภทก็ได้ ดังจะ
เห็นได้จากกรณีตามหนังสือตอบข้อหารือของกระทรวงมหาดไทยข้างต้น ที่สิ่งลูกสร้างเดียวกันอาจมีทั้งส่วนที่เป็น
ห้องระบบอาณัติสัญญาณที่ได้รับยกเว้นภาษี และห้องที่ใช้ประโยชน์ในลักษณะอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษี
นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในการระบุตัวผู้มีหน้าที่ในการชำระภาษีกรณีที่การรถไฟฯ ให้ผู้อื่นครอบครอบหรือทำ
ประโยชน์ในทรัพย์สินของการรถไฟฯ ซึ่งตามกฎหมายแล้วผู้ครอบครอบหรือทำประโยชน์จะเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี
แต่หากองค์กรส่วนท้องถิ่นไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ก็อาจจะทำการประเมินภาษีการรถไฟฯ ในฐานะเจ้าของทรัพย์สิน
418

