Page 1135 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1135
8
ี
ี
ู
้
่
ิ
ื
ี
ิ
้
ี
ู
ี
ึ
้
่
ี
็
่
ประเมนผลการเรยนร ซงเปนการเรยนรทผู้เรยนสามารถมอสระในการเลอกเปาหมายและกิจกรรมการทจะท าได้
ึ
่
ี
ี
ี
ู
้
ิ
อย่างหลากหลาย มความท้าทายในงานทท า ผู้เรยนสามารถเข้าถงแหล่งแสวงหาความร และสามารถประเมนผล
็
ิ
ี
ั
การปฏบัตงานด้วยตนเองและปรบปรงแก้ไขได้ ส่งผลให้ผู้เรยนเกิดความภมใจ ความส าเรจทได้สะท้อนจาก
่
ุ
ิ
ู
ี
ิ
่
ิ
ี
ิ
จนตนาการ ความเข้าใจกลวิธในการเรยน และความพยายามของผู้เรยน ซงเปนไปตามแนวคดกระบวนการ
ี
็
ี
ึ
้
เรยนรแบบก ากับตนเอง
ู
ี
ึ
ี
ู
ี
้
2. ผลการศกษาผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนวิชา การใช้โปรแกรมน าเสนอ โดยการเรยนรแบบก ากับ
ี
ี
่
ี
ี
ี
ี
ึ
ู
ี
ตนเอง ของนักเรยนชั้นมัธยมศกษาปท 3 จ านวน 49 คน พบว่า นักเรยนมผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนหลังเรยนสง
ุ
ี
่
กว่าก่อนเรยน อย่างมนัยส าคัญทระดับ .05 ซงสอดคล้องกับงานวิจัยของ พัตรสดา ขาวผ่อง (2560) ศกษาเรอง
่
ื่
ี
ี
ึ
ึ
ู
ี
้
ุ
์
ี
่
ึ
การพัฒนาชดกิจกรรมไวยากรณภาษาอังกฤษโดยการเรยนรแบบก ากับตนเองของนักเรยนชั้นมัธยมศกษาปท 2
ี
ี
ี
ผลการวิจัยพบว่า 1)นักเรยนมคะแนนหลังเรยนสงกว่าก่อนเรยนอย่างมนัยส าคัญทางสถตทระดับ .05 (t = 7.50,
ี
ู
ี
ิ
ิ
ี
ี
ี
่
่
ี
ี
้
์
Sig = .000) 2)ผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนไวยากรณภาษาอังกฤษ นักเรยนผ่านเกณฑ์ มคะแนนไม่ต ากว่ารอยละ 70
ี
ิ
็
ี
้
จ านวน 14 คน คดเปนรอยละ 47.27 และมนักเรยนไม่ผ่านเกณฑ์ จ านวน 16 คน คดเปนรอยละ 53.33 และจักร
ี
้
็
ิ
้
ึ
ิ
ื่
ั
ี
ี
ู
พงษ์ วาร (2560) ศกษาเรอง ปฏสัมพันธระหว่างกลวิธการก ากับตนเองและระดับการรบรความสามารถของ
์
ิ
ี
ี
ี
ี
ื
่
์
ตนเองในการเรยนโมบายเลรนน่ง ทมต่อผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนเรองการสรางสอการสอนมัลตมเดยของ
้
่
ื
ิ
ิ
ี
ี
่
ึ
นักศกษาคร ผลการวิจัย พบว่า รปแบบการก ากับตนเองและระดับการรบรความสามารถของตนเองมปฏสัมพันธ ์
ู
ู
ั
ิ
ี
ู
้
ี
ิ
่
ื
ี
ี
ี
้
ร่วมกันต่อทักษะการสรางสอการสอนมัลตมเดย อย่างมนัยส าคัญทระดับ .05
่
3. ผลการศกษาความพึงพอใจของนักเรยนทมต่อการเรยนรโดยการเรยนรแบบก ากับตนเอง ของ
ี
่
้
้
ู
ู
ี
ี
ึ
ี
ี
นักเรยนชั้นมัธยมศกษาปท 3 จ านวน 49 คน พบว่า โดยภาพรวมมความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( X = 4.00
ึ
ี
ี
ี
่
ี
ี
,S.D. = 0.32) เมอพิจารณาเปนรายด้านเรยงล าดับค่าเฉลยจากมากไปหาน้อย คอ ด้านกิจกรรมการเรยนร (Mean =
ื
่
ู
่
็
้
ี
ื
ี
ื่
4.10 , S.D. = 0.30) และด้านผู้สอน ( X = 4.05 , S.D. = 0.37) และด้านสอการเรยนการสอน ( X = 3.69 , S.D. =
ี
0.30) ตามล าดับ ซงสอดคล้องกับ งานวิจัยของ ศักด์ ิสทธ์ ิ ทองจ าปา (2559) ทศกษาเรองการใช้กระบวนการ
ึ
ึ
่
ื่
ี่
ิ
ึ
ี
ี
ู
่
่
ื
ี
ิ
ี
่
้
้
ู
ี
เรยนร โดยก ากับตนเองเพือส่งเสรมการเรยนรรายวิชาหน้าทพลเมองของนักเรยนชั้นประถมศกษาปท 4 แสดง
ี
ี
ให้เหนว่า โดยภาพรวมมความพึงพอใจต่อการใช้กระบวนการเรยนรโดยก ากับตนเอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับ
็
้
ู
ี
ิ
ั
มาก ( X = 4.12, S.D. = 0.16) และงานวิจัยของ ศราวุธ เกิดสวรรณ (2559) ศกษาเรอง การใช้อภปญญาพัฒนา
ื่
ึ
ุ
ความสามารถในการก ากับตนเองของนักเรยนระดับประกาศนยบัตรวิชาชพชั้นปท 2 พบว่า ภาพรวมของความ
ี
ี
ี
ี
ี
่
ิ
ุ
่
ู
ี
ี
ื
พึงพอใจอยู่ระดับมาก ( X = 3.64) และมความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทสด คอ ส่งเสรมให้รจักวางแผน ก ากับ
้
ิ
ื
ิ
และประเมนตนเอง ( X = 4.73) มความพึงพอใจระดับน้อย คอ 1) นักเรยนสรปและประเมนความสามารถด้วย
ี
ุ
ี
ิ
ุ
่
ี
ตนเอง( X =2.50) ท าให้ได้น าส่งทเรยนไปประยุกต์ใช้ในชวิตประจ าวัน ( X =2.33) ตามล าดับ พัตรสดา ขาวผ่อง
ี
ี
1116

