Page 1130 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1130
3
่
ี
็
่
่
ั
ื
ี
ี
ื
ึ
่
็
เปนทยอมรบของเพือน ของคนรอบข้าง หรอมการแสดงออกโดยการเลยนแบบคนอน ซงยังไม่เปนตัวของ
ตัวเอง
การส่งเสรมความคดสรางสรรค์นั้นอาจท าได้ทั้งทางตรงโดยการสอนและฝกอบรม และทางอ้อมก็
ิ
ึ
้
ิ
ิ
ี
ู
ี
สามารถท าได้ด้วยการจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมทส่งเสรมความเปนอสระในการเรยนรอย่างเช่น การส่งเสรม
้
็
ิ
ิ
่
ุ
ุ
ให้ใช้จนตนาการตนเอง การส่งเสรมและกระต้นการเรยนรอย่างต่อเนอง การยอมรบความสามารถและคณค่า
ั
ิ
้
ู
ี
่
ื
ิ
็
่
้
ึ
็
ื
ี
่
ของคนอย่างไม่มเงอนไข และให้ความเข้าใจ เหนใจความรสกของคนอน เปนต้น(นิพาดา เทวกุล. พ.ศ.2520)
ื
ู
้
ู
ู
ี
้
์
่
ี
ี
ี
ี
การจัดการเรยนรวิชาคอมพิวเตอรให้กับผู้เรยนไม่สามารถทจะน าทฤษฎการจัดการเรยนรวิธใดวิธ ี
ี
็
ี
ื
ู
้
ู
ี
้
ี
ึ
่
ู
ึ
หนงมาใช้ในการจัดการเรยนรให้ประสบผลส าเรจได้ ในการเลอกใช้ทฤษฎการเรยนรใดนั้นครจะพิจารณาถง
ื
ุ
ี
ี
มาตรฐาน ตัวช้วัด จดประสงค์การสอนและเน้อหาการสอนแต่ละคร้ ัง ในบางคร้ ังต้องใช้ทฤษฎการสอนอย่าง
หลากหลายมาผสมผสานกัน แล้วน ามาประยุกต์ใช้กับการสอนของตน โดยครต้องค านงถงธรรมชาตของวิชาแต่
ู
ึ
ิ
ึ
ี
้
ู
้
ี
์
ู
ู
ี
์
ละรายวิชาโดยเฉพาะการจัดการเรยนรรายวิชาคอมพิวเตอรนั้น ครควรจัดประสบการณการเรยนรให้แก่ผู้เรยนท ่ ี
ื
็
ี
ึ
ิ
่
ิ
ี
ิ
์
ี
ี
เปนประสบการณตรง โดยให้ผู้เรยนได้มโอกาสฝกปฏบัตมากกว่าการสอนทฤษฎ เนองจากธรรมชาตการเรยนร ู ้
ิ
ิ
ี
ั
่
์
์
ื
ี
ู
รายวิชาคอมพิวเตอรผู้เรยนนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอรย่อมต้องการปฏบัตการการเรยนรกับเครองมากกว่าจะฟง
้
ี
ู
ค าอธบายจากคร ดังนั้นในการสอนทฤษฎหรอการแนะน าวิธการใช้โปรแกรมไม่ควรใช้เวลามาก อธบายเฉพาะ
ิ
ี
ื
ิ
ี
ิ
ิ
ทฤษฎหรอหลักการ วิธการทจ าเปนต้องใช้ในแต่ละคร้ง แล้วให้ผู้เรยนลงมอปฏบัต ระหว่างการปฏบัตถ้าผู้เรยน
ิ
ี
ั
ี
็
ื
ื
ิ
่
ี
ี
เกิดพบปญหาและมข้อซักถาม ครควรเข้าไปอธบายให้กับผู้เรยนให้เข้าใจในทันทเพือลดปฏกิรยาความคับข้องใจ
ี
ิ
ิ
ี
ู
ั
ิ
่
ี
ู
ิ
อันเกิดจากการไม่รไม่สามารถปฏบัตได้ของผู้เรยน รวมทั้งต้องเปดโอกาสให้ผู้เรยนได้ซักถามเพือนทอยู่
ิ
้
่
ี
ี
ี
ิ
่
ี
ิ
ิ
ี
่
ี
ี
ี
ื
ใกล้เคยงหรอนักเรยนทสามารถจะให้ค าแนะน าแทนครได้ เพือให้เกิดการเรยนรได้อย่างมประสทธภาพ อกทั้ง
่
ู
้
ู
ี
่
ี
ี
ี่
ิ
็
้
ู
ี
การทครเปดโอกาสให้นักเรยนทเรยนรและเข้าใจได้เรวได้อธบายให้กับเพือนร่วมเรยนได้รได้เข้าใจจะเปนการ
ิ
ู
้
็
ี่
ู
ู
้
้
ู
ี
ิ
ช่วยให้นักเรยนคนนั้นเกิดการเรยนรและจดจ าส่งทครสอนได้คงทนมากข้น สามารถรและเข้าใจอธบายบอกต่อ
ี
ิ
ึ
่
ู
ี
ได้อันจะส่งผลให้สามารถน าส่งทเรยนรไปใช้ในชวิตประจ าวันได้เปนอย่างด ี
่
ิ
ี
้
็
ู
ี
ี
้
ิ
ุ
การก ากับตนเอง คอ พฤตกรรมการควบคมความคด ความรสก และการกระท าของตนเองด้วยความ
ึ
ิ
ื
ู
ื
ตั้งใจและฝกฝนกระบวนการก ากับตนเอง ซงการก ากับตนเองประกอบด้วย 3 กระบวนการย่อย คอ การสังเกต
ึ
ึ
่
ิ
ิ
ตนเอง (Self-observation) การตัดสนตนเอง (Self-judgment) และการแสดงปฏกิรยาต่อตนเอง (Self-reaction)
ิ
่
ึ
ิ
็
ิ
์
การด าเนนการของกระบวนการย่อยดังกล่าวเปนปฏสัมพันธซงกันและกัน (Bandura. 1986) การก ากับตนเองใน
ี
ิ
้
่
่
ี
ี
ี
็
ี
้
ู
ี
ี
การเรยนรเปนพฤตกรรมทมความส าคัญในการเรยนรของนักเรยนในศตวรรษท 21 เช่นเดยวกัน เพราะจะช่วย
ู
ี
ึ
ก ากับ ควบคมให้นักเรยนได้ศกษาเรยนรนอกเวลาเรยนปกตของโรงเรยน ได้พัฒนาความร ความเข้าใจ และ
ี
ุ
้
ี
ิ
้
ู
ี
ู
ึ
่
ทักษะทจ าเปนต่าง ๆ รวมทั้งศักยภาพและผลสัมฤทธ์ทางการเรยนของตนในยุคของการเข้าถงข้อมลข่าวสารได้
ี
ี
็
ิ
ู
ี
สะดวกรวดเรวและใช้สอเทคโนโลยีไรข้อจ ากัดของเวลาและสถานทครผู้สอนจงควรสังเกตการสอนในชั้นเรยน
ึ
ู
้
่
ื
็
ี
่
1111

