Page 635 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 635
4
ิ
ึ
ี่
ี
ื
ั
ิ
ถ้อยค าลามกหยาบคาย และรวมไปถงการท าลายทรพย์สนของเหยื่อด้วย หรอพฤตกรรมทมการกระท าปรากฏ
ิ
ึ
ี
่
้
่
ั
่
้
ู
ชัดแจ้งเกินหนงคร้งในลักษณะของการเฝาตดตามโดยขัดต่อความประสงค์ของเหยือ และเหยือมความรสก
ึ
ู
ว่าถกรบกวน
ี
้
มลเหตทท าให้เกิดการเฝาตดตามนั้นมอยู่ด้วยกันหลายเหต และมเกณฑ์การแบ่งแยกทแตกต่าง
ี
ุ
ี
ู
ิ
ี
่
่
ุ
่
ี
ิ
กันไป แม้พฤตกรรมทพบบ่อย ๆ มักจะมลักษณะทคล้ายคลงกัน แต่ก็ยังคงมความซับซ้อนและแตกต่างกัน Paul
ึ
ี
่
ี
ี
ิ
ิ
Mullen, Michele Pathé และ Rosemary Purcell นักจตวิทยาทางด้านนตวิทยาศาสตร ได้จ าแนกประเภทของ
ิ
์
้
ี
ิ
ิ
ุ
่
ิ
่
ู
่
ึ
ี
พฤตกรรมการเฝาตดตามโดยม่งเน้นไปทบรบทของการเฝาตดตามทเกิดข้นและแรงจงใจให้กระท า ซงได้
้
ึ
ิ
ี่
ู
ิ
ระบลักษณะบคคลทมพฤตกรรมดังกล่าวไว้ 5 ประเภท คอ 1) ผู้เฝาตดตามทเคยถกปฏเสธ (The Rejected
ิ
ี
ี
่
ุ
ิ
ื
้
ุ
Stalker) 2) ผู้เฝาตดตามทต้องการแก้แค้น (The Resentful Stalker) 3) ผู้เฝาตดตามทหลงผิด (The Intimacy
้
ี่
้
ิ
ิ
ี่
ิ
ิ
้
ี่
ิ
ิ
้
Seeking Stalker) 4) ผู้เฝาตดตามทปฏเสธความเปนจรง (Incompetent Suitor) และ 5) ผู้เฝาตดตามในลักษณะ
็
ของผู้ล่า (The Predatory Stalker)
ิ
ิ
้
่
2.2 แนวคิดและหลักการคุมครองสทธสวนบุคคล
ึ
่
ุ
ิ
ิ
ิ
็
ุ
ิ
สทธในความเปนอยู่ส่วนตัวของบคคลเปนสทธมนษยชนประการหนง มนษย์ในสมัยโรมันมี
็
ุ
ความคดทยอมรบว่าบคคลแต่ละคนมเขตแดนของตนเอง ซงในเขตแดนดังกล่าวนั้นถอเปนเขตเฉพาะของ
ึ
ี
่
ุ
ั
็
ื
่
ี
ิ
่
ี
่
ู
ปจเจกบคคลแต่ละคน ซงปราศจากการเข้ามาเกียวข้องของบคคลอน ๆ ในสังคมนั้น ทจะไม่ให้ถกบคคลใดมา
ุ
ุ
ุ
่
ั
ื
ึ
่
ุ
ู
็
่
ึ
ิ
็
เฝาตดตามดพฤตกรรมหรอความเปนอยู่ของตน ซงหลักการค้มครองสทธความเปนอยู่ส่วนตัวตามหลัก
ื
ิ
้
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ุ
สากล อาท ปฏญญาสากลว่าด้วยสทธมนษยชน ค.ศ. 1948 (Universal Declaration of Human Right of 1948)
ั
็
ุ
ซงได้รบรองไว้ว่า “บคคลใดจะถกแทรกแซงตามอ าเภอใจในความเปนส่วนตัว ครอบครว ทอยู่อาศัย การ
่
ั
ี
ึ
ู
่
ู
ิ
ั
ี่
ี
ิ
ิ
่
สอสารหรอจะถกลบหล่เกียรตและชอเสยงมได้ บคคลทกคนมสทธทจะได้รบความค้มครองตามกฎหมายมให้
ุ
ิ
ิ
ื
ุ
ู
ื่
ุ
ื
ี
ู
ถกแทรกแซงและลบหล่เช่นว่านั้น” รวมถงอนสัญญาแห่งยุโรปว่าด้วยการค้มครองสทธมนษยชนและ
ึ
ุ
ิ
ุ
ู
ิ
ุ
เสรภาพขั้นพื้นฐาน (European Convention for the Protection of Human Rights and Fundamental Freedoms) ได้
ี
ุ
รบรองและค้มครองสทธในความเปนส่วนตัวของบคคลไว้อย่างชัดแจ้งเช่นกัน
ิ
ั
ิ
ุ
็
็
็
ู
นอกจากน้ ี ประเทศไทยปรากฏค าว่า “ความเปนอยู่ส่วนตัว” เปนคร้ ังแรกในรฐธรรมนญแห่ง
ั
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 แต่ไม่อาจกล่าวได้ว่าก่อนหน้านั้นสังคมไทยจะไม่มแนวความคด
ี
ิ
ึ
ึ
่
ี
เกียวกับความเปนอยู่ส่วนตัว แต่หมายความว่า แนวคดน้ถงจดทจะต้องมการบัญญัตเปนถ้อยค าทชัดเจน ซง
่
ี
ิ
็
็
่
ี
ิ
ี
ุ
่
ุ
ิ
ิ
เมอกล่าวถงเรองการละเมดสทธส่วนบคคลจากพฤตกรรมการเฝาตดตาม นับว่าไม่ได้เปนส่งใหม่ทเพิ่ง
ื
่
่
ี
ิ
ิ
ิ
็
้
ิ
ื
่
ึ
ึ
ี
ึ
ื
์
ิ
ึ
็
ิ
เกิดข้นในสังคม หากแต่เปนพฤตการณทเกิดข้นมาอย่างยาวนาน มได้เกิดข้นด้วยความยินดหรอยินยอมของ
ี
่
็
่
ิ
ิ
็
ื
ทั้งสองฝาย เปนการรวบกวนหรอก่อให้เกิดความเดอดรอนราคาญแก่ผู้อน อันเปนการละเมดต่อสทธส่วน
่
้
ื
ิ
ื
ุ
ู
ี
ิ
บคคล ดังนั้น บคคลทกคนจงควรทจะได้รบการค้มครองสทธในการทจะไม่ถกคกคามจากการตดตามดังท ่ ี
ุ
ุ
ุ
่
ี
ิ
่
ึ
ุ
ั
ิ
616

