Page 659 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 659
9
ี
ั
ั
่
้
้
้
2.3 ปญหาทีเกียวของกับความผิดฐานลักทรพยโดยวิธการใชกลอุบาย กับฉอโกง
่
์
ิ
(1) เจตนาพิเศษโดยทจรตเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมชอบด้วยกฎหมาย เปนเจตนาพิเศษแยก
็
ุ
ิ
ื
ต่างหากจากเจตนาธรรมดา มบัญญัตทั้งในความผิดฐานลักทรพย์และฉ้อโกงเหมอนกัน ฉะนั้นการทศาลฎกา
ั
ี
ิ
ี
ี่
ุ
มักวินจฉัยข้อเท็จจรงในคดว่า “มเจตนาโดยทจรตหลอกลวงไปตั้งแต่แรก” จงไม่อาจน ามาใช้เปนหลักเกณฑ์
ิ
ึ
็
ี
ิ
ิ
ี
ี
็
ในการแบ่งแยกความผิดทั้งสองฐานน้ได้ เพราะทั้งสองฐานความผิดน้เปนการเร่มต้นด้วย การหลอกลวงและ
ี
ิ
ุ
ิ
9
่
ี
ั
ต้องมเจตนาทจรตเพือให้ได้ทรพย์ในเร่มแรกเหมอนกัน
ิ
ื
็
ิ
(2) การวินจฉัยว่าการกระท านั้นเปนการหลอกเอากรรมสทธ์ ิ หรอการครอบครองนั้น ยากต่อ
ิ
ื
ู
การน ามาใช้เปนหลักเกณฑ์ในการแบ่งแยกความผิดทั้งสองฐานน้ หากข้อเท็จจรงไม่แน่ชัดว่าเจ้าทรพย์นั้นถก
ั
ี
็
ิ
ื
ิ
ิ
ิ
ิ
ี่
หลอกให้ส่งมอบกรรมสทธ์ ิหรอสทธครอบครอง นอกจากน้ การทศาลได้ตัดสนว่าการกระท าของผู้กระท า
ี
่
ื
ิ
ื
ื
็
ความผิดนั้นเปนการหลอกเอากรรมสทธ์ ิหรอการครอบครอง ถอว่าเปนเรองนอกเหนอจากเจตนาของ
ื
็
ิ
ิ
ื
ี
ผู้กระท าความผิด เพราะผู้กระท าความผิดมเจตนาเพียงเพือต้องการทรพย์นั้น โดยมได้สนใจกรรมสทธ์ หรอ
ิ
่
ั
การครอบครองเลย
ิ
ี
ี
่
ี
ึ
(3) ค าพิพากษาศาลฎกาดังทยกตัวอย่างเปรยบเทยบข้างต้น ไม่ได้วินจฉัยถงการเอาไปและ
ี
ื่
ั
ี่
เคลอนทของทรพย์ตามทฤษฎการพาทรพย์เคลอนทเลย ซงถอเปนองค์ประกอบส าคัญของความผิดฐาน ลัก
ื่
ี่
ึ
่
ั
ี
็
ื
ิ
ทรพย์ในการพิจารณาแบ่งแยกกับความผิดฐานฉ้อโกง เพราะหากเร่มต้นทรพย์นั้นถกเคลอนทจากต าแหน่ง
ั
ี
ู
่
ื
ั
่
ั
ั
ิ
ี
่
ี
เดมททรพย์ตั้งอยู่ โดยผู้กระท าความผิดแล้ว แม้ภายหลังจะมการหลอกลวงให้ได้ทรพย์นั้นไปจากเจ้าของ
หรอผู้ครอบครอง การกระท านั้นน่าจะถอได้ว่าเปนความผิดฐานลักทรพย์ มใช่ความผิดฐานฉ้อโกง
ื
ื
็
ั
ิ
่
ู
ื
้
(4) แม้ในการบรรยายฟองคดจะตั้งรปคดและข้อหามาในเรองของความผิดฐานฉ้อโกงหรอ ลัก
ี
ื
ี
ั
ั
็
ี
ื
ี
ั
็
ทรพย์ แต่ในทางพิจารณาคดหากศาลเหนว่าเปนความผิดฐานลักทรพย์หรอฉ้อโกงก็ด ศาลก็สามารถปรบบท
ี
่
็
ื
่
กฎหมายให้ถกต้องได้โดยไม่ถอว่าเปนเรองทต่างกันในสาระส าคัญก็ตาม ตามประมวลกฎหมายวิธพิจารณา
ู
ื
ี
ความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม และแม้ว่าความผิดฐานลักทรพย์และความผิดฐานฉ้อโกงจะมอัตราโทษ
ี
ั
ี
ุ
่
จ าคกและโทษปรบทเท่ากัน
ั
่
ี
ั
็
็
ิ
ี่
แต่หากข้อเท็จจรงเปนเรองทศาลตัดสนผิดพลาดโดยฟงว่าเปนความผิดฐานลักทรพย์ ทั้งๆ ทควร
ื
่
ิ
ั
จะเปนความผิดฐานฉ้อโกง และหากเข้าเหตฉกรรจ์ความผิดฐานลักทรพย์ตาม มาตรา 335 อนมาตราใด
ุ
ุ
็
ั
มาตราหนงด้วยแล้วจะเปนการลงโทษผู้กระท ามากเกินกว่าทผู้กระท าควรได้รบอันเปนโทษต่อผู้กระท าผิด
ึ
่
ี
็
่
ั
็
ึ
มากข้น
9 หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์, ค าอธบายประมวลกฎหมายอาญาภาคความผิด มาตรา 288 ถง 366, พมพ์คร้งท ่ ี
ั
ิ
ึ
ิ
ิ
ึ
ุ
3, (กรงเทพมหานคร : ส านักอบรมศกษากฎหมายแห่งเนตบัณฑตยสภา, 2550), น. 328.
ิ
640

