Page 796 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 796
่
ื
ื
กฎหมายอาญามาตรา 73 และ 74 หรอการกระทําโดยประมาทนั้น กฎหมายอาญาลงโทษแต่เฉพาะในเรองท ่ ี
ิ
กฎหมายได้บัญญัตไว้เท่านั้น แต่ในทางแพ่งนั้น การกระทําโดยประมาททําให้ต้องรบผดเช่นเดยวกับการ
ี
ิ
ั
กระทําโดยจงใจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชย์มาตรา 420
ิ
่
ี
้
ุ
เพราะฉะนั้นการทศาลอาญายกฟองปล่อยตัวบคคลใดไป ไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องรับผิด
ี
ื
ี
ิ
ี
ั
ในทางแพ่ง และศาลทได้รบฟองคดแพ่งไว้นั้น ไม่จําต้องถอว่าไม่มความผดด้วย การทผู้นั้นจะต้องรบผิด
่
่
ี
้
ั
ี
ั
ิ
เพยงใดจะต้องพจารณาตามกฏหมายแพ่งอันว่าด้วยความรบผิดเพอการละเมดนั้นๆ รวมทั้ง กรณแม้จะฟ้อง
ิ
ี
ื
่
ิ
ี
คดแพ่งในศาลทพจารณาคดอาญาอยู่นั้น หากว่าศาลคดส่วนอาญายกฟองคดนั้น ศาลอาญาก็ต้องพจารณา
ิ
ี
ี
่
ี
ี
้
้
ิ
เรองความรบผิดในทางแพ่งนั้นตามหลักกฏหมายแพ่งและพาณชย์และอาจบังคับให้จําเลยซงได้ยกฟอง
ั
่
ื
ึ
่
ี
ื
็
ิ
ปล่อยตัวไปในคดอาญาโดยได้รบการยกเว้นโทษ เพราะเปนคนวิกลจรตหรอเป็นเด็กอ่อนอายุ ฯลฯ ให้ใช้ค่า
ั
ิ
ิ
สนไหมทดแทนได้ โดยไม่ขัดกับคําพพากษาส่วนอาญา
ความแตกต่างระหว่างความรบผิดทางแพ่งกับหลักความรบผดทางอาญานั้น ไม่ได้มแต่เฉพาะใน
ั
ิ
ั
ี
ั
่
่
ี
หลักเกณฑ์ทจะต้องรบผิดเท่านั้น แต่ว่ายังต่างกันในข้อทว่าจะต้องรับผิดเพียงใดด้วย ผู้พิพากษาส่วนอาญา
ี
ื
็
ึ
ั
ุ
ิ
่
อาจบรรเทาความรบผิดด้วยเหตในกฎหมายอย่างใดอย่างหนงก็ได้ เช่น เปนเด็ก เปนญาต หรอบันดาลโทสะ
็
ั
ี
ิ
ุ
ุ
ื
่
็
็
ื
เปนต้น หรอโดยพจารณาเหตสมควร เช่น เหตอันควรปราณ เปนต้น แต่ความรบผิดทางแพ่งนั้นเมอพิจารณา
ึ
ั
ี
ว่าต้องรบผิดแล้ว ไม่สามารถบรรเทาลงด้วยเหตทํานองทกล่าวมาน้ เช่น เด็กอายุกว่า 14 ถง 16 ป ลักทรพย์
ี
่
ั
ุ
ี
ื
้
ี
็
ุ
และถกฟองทางอาญา ศาลได้พพากษาให้จําคก 1 ปและลดโทษฐานเปนเด็ก 6 เดอน ตามประมวลกฎหมาย
ู
ิ
่
ั
ื
อาญามาตรา 75 และเมอให้การรบสารภาพ ศาลอาจลดโทษให้เหลือจําคุก 3 เดือน ตามประมวลกฎหมาย
่
อาญามาตรา 78 ถ้าฝายทเสยหายฟองคดแพ่งในศาลอาญาหรอแยกฟองในศาลแพ่ง ผู้เสยหายย่อมจะได้คน
ี
ี
ื
ี
้
ื
้
่
ี
ั
ั
ิ
ื
้
ิ
ทรพย์หรอราคาทรพย์หรอค่าสนไหมทดแทนตามทตนรองขอ โดยศาลในคดส่วนแพ่งจะลดจํานวนค่าสนไหม
ื
ี
ี
่
่
ี
็
ุ
ทดแทนลงเพราะเหตทผู้กระทําผิดเปนเด็กหรือจําเลยรับสารภาพไม่ได้
ี
ี
ื
่
ี
ี
่
่
ี
่
ิ
ี
จากการศกษาคําพพากษาศาลฎกาเกียวกับคดแพ่งเกียวเนองกับคดอาญาในกรณทศาลคดส่วน
ึ
ี
ี
ั
ุ
อาญายกฟองด้วยเหตยกประโยชน์แห่งความสงสยให้จําเลยนั้น ศาลในคดแพ่งทเกียวเนองกับคดอาญาบาง
ี
่
ื
่
่
้
ี
คดก็ถอว่าข้อเท็จจรงในคดอาญาไม่ผูกพันคดีแพ่ง โดยศาลในคดีส่วนแพ่งให้ผู้เสียหายสามารถสืบข้อเท็จจริง
ิ
ี
ื
ื
่
ิ
่
ิ
็
ิ
ื
ี
เพ่มเตมเพอให้ศาลในคดส่วนแพ่งวินจฉัยว่าจําเลยเปนผู้กระทําความผิด และทําละเมดเพอให้ชดใช้ค่า
ิ
สนไหมทดแทนแก่ผู้เสยหายได้ แต่บางคดศาลในคดส่วนแพ่งได้วินิจฉัยว่า เมือศาลได้ยกประโยชน์แห่ง
่
ี
ี
ิ
ี
ิ
็
ี
ความสงสัยนั้นให้จําเลย เปนการวินจฉัยข้อเท็จจรงอันเปนประเด็นแห่งคดไว้แน่นอนแล้วว่า โจทก์ไม่ม ี
็
ิ
พยานหลักฐานมาสบให้ศาลเหนโดยชัดแจ้งว่าจําเลยกระทําความผิด ในการพพากษาคดส่วนแพ่ง ศาลจําต้อง
ื
ิ
ี
็
ี
ิ
่
ิ
ี
ถอข้อเท็จจรงตามทปรากฏในคําพพากษาคดส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธพจารณาความอาญา มาตรา
ี
ิ
ื
ิ
46 โดยให้ข้อเท็จจรงในคดอาญาผูกพันในคดแพ่ง แม้ว่าประมวลกฎหมายวธพจารณาความอาญา มาตรา 47
ี
ิ
ี
ิ
ี
็
จะบัญญัตว่า คําพพากษาคดส่วนแพ่งต้องเปนไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของ
ิ
ี
ิ
ุ
ิ
ึ
ึ
ื
บคคลในทางแพ่ง โดยไม่ต้องคํานงถงว่าจําเลยต้องคําพพากษาว่าได้กระทําความผิดหรอไม่ก็ตาม ในคดส่วน
ี
777

