Page 795 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 795
่
ี
่
ู
ึ
ื
ี
ี
ี
ู
ี
็
ุ
่
ื
่
ิ
ี
คดแพ่งทเกียวเนองกับคดอาญา คําพพากษาคดอาญาต้องถงทสด ค่ความในคดแพ่งต้องเปนค่ความหรอ
ิ
็
ื
เสมอนเปนค่ความ ในคดอาญามาก่อน และ ข้อเท็จจรงในคดอาญาต้องเปนประเด็นโดยตรงในคดอาญาอัน
ี
ี
็
ู
ี
ั
ิ
ได้รบการวินจฉัยโดยชัดแจ้งแล้ว ซึ่งคดีส่วนแพ่งนั้นมีประเด็นอย่างเดียวกัน
ิ
อย่างไรก็ตาม บทบัญญัตตามประมวลกฎหมายวิธพจารณาความอาญา มาตรา 46 น้ เปนการ
ิ
ี
็
ี
ิ
ั
่
่
ั
ี
่
ั
ี
ั
ื
กําหนดหลักเกณฑ์เกียวกับการรบฟงข้อเท็จจรงในคดแพ่งเกียวเนองกับคดอาญา แต่สําหรบปญหาเรืองความ
่
ั
รบผิดนั้น เปนคนละเรองกัน กล่าวคอ ในเรองความรบผิดนั้นต้องนําเอาข้อเท็จจรงและผลของข้อเท็จจรงไป
่
ื
ั
่
ื
ื
ิ
็
ิ
่
ื
ิ
ี
ึ
ใช้แก่จําเลย และในเรองน้หลักในทางกฎหมายอาญาต่างกับหลักของกฎหมายแพ่ง จงมบทบัญญัตใน
ี
ึ
ี
่
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 47 วรรคหนง ทบัญญัติว่า “คําพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตาม
่
ึ
บทบัญญัตแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรบผิดของบคคลในทางแพ่ง โดยไม่ต้องคํานงถงว่าจําเลยต้องคํา
ึ
ั
ิ
ุ
ื
ิ
ิ
ุ
ิ
พพากษาว่าได้กระทําความผิดหรอไม่” และได้บัญญัตสนับสนนไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชย์
ิ
ิ
่
ั
ิ
ี
มาตรา 424 ว่า “ในการพพากษาคดข้อความรบผิดเพอละเมดและกําหนดค่าสนไหมทดแทนนั้น ท่านว่าศาล
ื
่
ี
ิ
ั
ิ
ไม่จําต้องดําเนนตามบทบัญญัตแห่งกฎหมายลักษณะอาญาอันว่าด้วยการทจะต้องรบโทษ และไม่จําต้อง
์
ึ
ิ
ิ
พเคราะหถงการทผู้กระทําผดต้องคําพิพากษาลงโทษทางอาญาหรือไม่” จากบทบัญญัติดังกล่าวมาข้างต้นนี้
่
ี
ิ
ี
ึ
จะเหนได้ว่า ผู้พพากษาทพจารณาคดทางอาญานั้น ไม่ต้องพจารณาถงข้อความรบผิดดังเช่นผู้พพากษาส่วน
ี
่
ั
ิ
ิ
็
ิ
ี
ั
ิ
แพ่ง กล่าวคอ สําหรบผู้พพากษาคดอาญานั้น จะต้องพิพากษาลงโทษหรือไม่ลงโทษ เป็นวิธีการบังคับอัน
ื
ิ
็
ี
ี
ื
ี
ิ
ั
ื
่
ื
ี
่
อาจจะทําให้ต้องเสอมเสยเกียรตยศชอเสยงและเสรภาพ แต่สําหรบผู้พพากษาคดส่วนแพ่งนั้น เปนเรองท ่ ี
่
ี
ิ
่
ุ
จะต้องพจารณาเกียวกับว่ามบคคลหนงได้รบความเสยหายโดยผลแห่งความผิดและเรียกค่าสินไหมทดแทน
ั
่
ึ
ี
ึ
ึ
โดยผู้พิพากษาส่วนแพ่งไม่ต้องคํานงถงว่าการนั้นเปนความผิดต่อกฎหมายอาญาหรอไม่ แต่จะต้องพจารณา
ื
ิ
็
ี
ึ
ว่าการนั้นทําให้เกิดความเสยหายข้นเพียงไร
ี
ิ
ั
ี
ื
ี
่
่
่
ั
ึ
ั
จากการศกษาสภาพปญหาของการรบฟงข้อเท็จจรงในคดแพ่งทเกียวเนองกับคดอาญากรณีคดี
ี
ิ
ี
ุ
้
่
ี
้
ิ
ี
ส่วนอาญาพพากษายกฟองของไทยเหตทจะยกฟองคดอาญานั้น มบัญญัตไว้ในประมวลกฎหมายวิธพิจารณา
ี
ความอาญา มาตรา 185 ซงกําหนดว่า ถ้าจําเลยมได้กระทําผิด การกระทําของจําเลยไม่เปนความผิด คดขาด
็
่
ึ
ิ
ื
่
ี
ี
อายุความ หรอมเหตตามกฎหมายทจําเลยไม่ควรรบโทษ ศาลต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์และปล่อยจําเลยไป
ั
ุ
ี
อย่างไรก็ตาม หากศาลยกฟองเพราะจําเลยไม่มความผิดในทางอาญา แต่ก็อาจมความรบผิดทาง
ั
ี
้
ิ
ั
แพ่งได้ เช่นกรณ ข้อเท็จจรงได้ความว่า จําเลยกระทําการโดยประมาททําให้เสยทรพย์ แต่จําเลยอาจมความ
ี
ี
ี
ั
ี
ี
รบผิดทางแพ่งได้ นอกจากน้ ยังมมหลักกฏหมายยกเว้นความรับผิดบางอย่างซึ่งใช้ได้ทั้งในคดีอาญาและใน
ี
้
ื
ื
คดแพ่ง เช่น การกระทําโดยจําเปน หรอโดยปองกัน หรอตามคําสั่งอันชอบด้วยกฎหมายนั้น เปนการยกเว้น
ี
็
็
ั
ั
ความรบผิดในทางแพ่งเช่นเดยวกับความรบผดในทางอาญา แต่ว่าหลักเกณฑ์และฐานะจะต่างกันไป และ
ี
ิ
ื
่
่
ี
ั
ื
จากทกล่าวมาแล้วข้างต้นว่าหลักในความรบผิดทางอาญานั้นไม่เหมอนกับหลักเรองความรบผิดในทางแพ่ง
ั
ยกตัวอย่างเช่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 บคคลวิกลจรตไม่ต้องรบผิดในทางอาญา แต่จะต้องรบ
ุ
ั
ิ
ั
ิ
ื
ั
ิ
ผิดในการละเมดทางแพ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชย์มาตรา 429 หรอ เด็กย่อมต้องรบผิดชอบ
ิ
ุ
่
็
ี
ในทางแพ่งเสมอ แต่ว่าในทางอาญานั้นเด็กเปนเหตยกเว้นโทษตามกฎหมาย ดังทบัญญัตไว้ในประมวล
776

