Page 797 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 797
ี
ิ
ึ
ิ
ั
ึ
ิ
แพ่งจงต้องฟงข้อเท็จจรงตามคําพพากษาคดส่วนอาญาว่าจําเลยไม่ได้กระทําละเมดต่อโจทก์ จําเลยจงไม่ต้อง
ิ
รบผิดชดใช้ค่าสนไหมทดแทนแก่โจทก์
ั
ั
้
ในกรณพพากษายกฟองเพราะยกประโยชน์แห่งความสงสยให้จําเลยตามประมวลกฎหมาย วธ ี
ิ
ี
ิ
ิ
พจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสองนั้น ในความเข้าใจของคนธรรมดาสามัญทั่วไปแล้ว เป็นกรณีที ่
ึ
พยานหลักฐานของโจทก์บ่งบอกถงตัวจําเลยว่าน่าจะได้กระทําความผิด แต่ก็ยังมเหตบางอย่างทําให้เกิด
ี
ุ
็
ความสงสัยว่าจําเลยอาจไม่ได้เปนผู้กระทําความผิดก็ได้ ศาลจงยกประโยชนแห่งความสงสัยให้จําเลย แต่
์
ึ
ุ
ั
ี
สําหรบบคคลท่ได้รับความเสียหายจากการกระทําความผิดนั้น หากไปฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย
ี
ิ
ี
ี
็
ื
จากจําเลยอันถอเปนคดแพ่งเกียวเนองกับคดอาญา และต้องนําข้อเท็จจรงในคดอาญามาฟงในคดแพ่งเลยว่า
ั
ื
ี
่
่
จําเลยไม่ได้กระทําความผิด โดยไม่ให้โอกาสผู้เสยหายนําพยานหลักฐานมาสืบว่า จําเลยคือผู้กระทําความผิด
ี
่
ิ
ิ
และกระทําละเมดนั้น ย่อมเกิดความไม่เปนธรรมแก่ผู้เสยหายเปนอย่างยิ่ง กรณเช่นน้ ข้อเท็จจรงทศาลใน
ี
ี
็
็
ี
ี
คดอาญาพพากษายกฟองเพราะเหตแห่งความสงสัย จงไม่ควรนํามาผูกมัดให้ศาลในคดแพ่งต้องฟัง
ุ
ี
ิ
ี
้
ึ
ข้อเท็จจรงตามนั้นว่าจําเลยได้กระทําความผิด
ิ
้
5. ขอเสนอแนะ
ิ
ุ
1 แก้ไขกฎหมายให้มลักษณะเช่นเดยวกับการพจารณาการดําเนนคดแบบกล่ม ตามประมวล
ี
ี
ี
ิ
ึ
่
ิ
ี
ึ
ี
ุ
ิ
ิ
กฎหมายวธพจารณาความแพ่ง มาตรา 222 / 7 ซงได้บัญญัตถงการดําเนนคดแบบกล่มสําหรบคดแพ่ง
ิ
ั
ี
่
ี
เกียวเนองกับคดอาญาไว้แตกต่างจากบทบัญญัตในมาตรา 46 ของประมวลกฎหมายวิธพจารณาความอาญา
ิ
่
ิ
ื
ี
่
ี
ี
ื
็
ี
้
่
ี
็
ี
้
ี
ี
ว่า ในกรณทมการฟองคดแบบกล่มเปนคดแพ่งเกียวเนองกับคดอาญาแม้ว่าจะมการฟองเปนคดอาญาแล้วก็
ี
่
ุ
ิ
ี
ี
ุ
ี
ิ
ตาม ศาลทพจารณาคดแบบกล่มอาจพจารณาคดต่อไปโดยไม่ต้องรอให้คดอาญามคําพพากษาก่อน และหาก
ี
่
ี
ิ
ี
ศาลในคดอาญามคําพพากษาแล้ว (1) ในคดท่คําพิพากษาคดีส่วนอาญานั้นได้วินิจฉัยว่าจําเลยได้กระทํา
ิ
ี
ี
ี
ิ
่
ี
ี
ี
ุ
ื
ี
ิ
ความผิดศาลในคดแบบกล่มต้องถอข้อเท็จจรงตามทปรากฏในคําพพากษาคดส่วนอาญา (2) ในกรณทคํา
่
ี
็
ี
ี
ิ
ิ
ิ
่
ี
พพากษาคดส่วนอาญาได้วนจฉัยเปนอย่างอน ศาลทพจารณาคดอาญาแบบกล่มไม่จําต้องถอข้อเท็จจริงตามที ่
ิ
ื
ุ
ื
่
ี
ี
ปรากฏในคําพพากษาส่วนอาญา ซงแสดงว่า ในการดําเนนคดแบบกล่มในคดแพ่งเกียวเนองกับคดอาญานั้น
ึ
ื
่
่
่
ิ
ี
ิ
ุ
ุ
ี
ื
หากศาลในคดส่วนอาญาพพากษายกฟองเพราะพยานหลักฐานไม่พอให้รบฟงว่าจําเลยกระทําหรอเหตสงสัย
้
ั
ั
ิ
ื
ตามสมควรว่าจําเลยกระทําความผิดหรอไม่ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสยให้จําเลยตาม ประมวลกฎหมาย
ั
ั
ี
ิ
่
ี
ิ
ิ
ี
ุ
วิธพจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสองนั้น ศาลทดําเนนคดแบบกล่มไม่จําต้องฟงข้อเท็จจรงตามนั้น
ื
ต้องสบพยานหลักฐานเพอฟงว่าจําเลยกระทําละเมดหรอไม่แล้วพิพากษาคดไปตามนั้น ซงแตกต่างจากท ่ ี
่
่
ึ
ิ
ื
ั
ี
ื
ิ
บัญญัตไว้ในมาตรา 46 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แสดงให้เห็นเจตนารมย์ของการ
ี
ี
ื
่
ุ
็
ิ
ี
ิ
ุ
ี
ดําเนนคดแบบกล่มทถอการค้มครองผู้เสยหายจํานวนมากเปนสาระสําคัญ เพราะมฉะนั้น หากมการ
้
ี
ิ
ดําเนนคดอาญาแก่จําเลยแล้วหากศาลยกฟองเพราะเหตยกประโยชน์แห่งความสงสัยก็ห้ามมให้ศาลคดแพ่ง
ิ
ี
ุ
ิ
ฟงข้อเท็จจรงตามนั้น ต้องมีการนําพยานหลักฐานมาสืบเพือพิสูจน์การกระทําของจําเลยใหม่อีกครั้ง
่
ั
778

