Page 793 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 793
การชั่งนํ้าหนักพยานหลักฐานในคดแพ่ง ศาลจะต้องวินจฉัยโดยการชั่งนํ้าหนักพยานทั้งสอง
ี
ิ
่
ี
ี
่
ิ
่
ี
่
ี
ู
ี
ุ
ี
ฝายเทยบกันดว่า ฝายใดมเหตผลและนํ้าหนักดกว่ากัน โดยศาลมอํานาจเต็มทในอันทจะวินจฉัยว่า
ี
ู
่
่
่
ื
พยานหลักฐานทค่ความนําสบมานั้น จะเกียวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชือฟังเป็นยุติได้หรือไม่ แล้ว
ี
ิ
ี
ึ
ี
พพากษาคดไปตามนั้น ส่วนคดอาญาจะต้องพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์จนแน่ใจว่า มความผิดเกิดข้น
ึ
ิ
ี
จรง และจําเลยกระทําความผิดนั้น จงจะลงโทษจําเลยได้ โดยในคดอาญา ศาลต้องใช้ดุลพินิจชั่งนํ้าหนัก
็
พยานหลักฐานทั้งปวง และไม่พพากษาลงโทษจําเลยจนกว่าจะแน่ใจว่า มการกระทําผดจรง และจําเลยเปน
ี
ิ
ิ
ิ
่
ผู้กระทําความผิดนั้น ดังน้เมอมความสงสัยตามสมควรว่า จําเลยได้กระทําผิดหรอไม่ จงต้องยกประโยชน์
ี
ื
ี
ึ
ื
แห่งความสงสัยนั้นให้จําเลย
ี
ิ
ู
ิ
ู
์
็
ื
ึ
่
ี
่
ื
มาตรฐานการพสจนในคดแพ่งจะเปนระดับการพสจน์ให้เหนถงพยานหลักฐานทน่าเชอถอกว่า
็
ู
ี
่
ื
ิ
ี
่
ี
ู
กัน (preponderance of evidence หรอ balance of probability) กล่าวคอ ค่ความในคดฝายทมภาระการพสจน์
ื
ื
ึ
จะต้องนําพยานหลักฐานมาสบหรอแสดงให้ศาลเหนถงความโน้มเอยงหรือความน่าจะเป็นของข้อเท็จจริง
็
ี
ื
ู
ิ
ตามทตนกล่าวอ้างมากกว่าข้อโต้แย้งของอกฝายหนง หรอเกินกว่ารอยละ 50 ส่วนมาตรฐานการพสจน์
ึ
่
่
้
ื
่
ี
ี
ิ
ื
ู
ี
็
สําหรบโจทก์ในคดอาญาจะเปนระดับการพสจน์ให้ได้ความชัดแจ้งโดยปราศจากข้อสงสัยตามสมควรหรอ
ั
ุ
ปราศจากเหตอันควรสงสัย (proof beyond reasonable doubt) โจทก์จะต้องพสูจน์ให้ศาลเห็นได้โดย
ิ
ึ
ิ
พยานหลักฐานของโจทก์เองว่า มการกระทําความผิดเกิดข้นจรง และจําเลยเปนผู้กระทําความผิดรายน้จรง
็
ี
ี
ิ
ุ
ุ
ี
โดยปราศจากเหตอันควรสงสัยอย่างหนงอย่างใด หากมเหตอันควรสงสัย อย่างใดอย่างหนง ว่าจําเลยอาจจะ
่
่
ึ
ึ
ไม่ใช่ผู้กระทําความผิด ศาลจะยกประโยชน์แห่งความสงสัย นั้นให้แก่จําเลย (in dubio pro reo)
่
ิ
3. หลกการดําเนนคดี การรบฟังขอเทจจรงคดีแพงเกยวเนองกบคดีอาญาในตางประเทศ
้
ั
ี
ิ
ั
่
ื
่
่
ั
็
ื
่
ั
ั
ี
ี
ั
ส่วนการรบฟงข้อเท็จจรงคดแพ่งเกียวเนองกับคดอาญาในต่างประเทศ สําหรบประเทศอังกฤษ
่
ิ
ิ
ู
ู
ี
ระบบการพิจารณาคดของอังกฤษเปนระบบการค้นหาความจรง ต้องอาศัยการกระทําของค่ความ ค่ความม ี
็
ี
่
ื
ื
หน้าทนําพยานหลักฐานต่างๆ มาแสดงเพอประโยชนแก่คดของตน ทําให้ศาลและลกขุนเชอถอข้ออ้างของ
ู
่
ี
ื
์
่
ื
ื
ี
ี
่
ี
ี
็
ตน ทําให้ในแต่ละคดไม่ว่าจะเปนคดแพ่งหรอคดอาญา มกฎเกณฑ์เรองพยานหลักฐานกําหนดไว้โดย
ิ
ู
ิ
ั
ิ
ี
ึ
เคร่งครด โดยมศาลและลกขุนตัดสนข้อเท็จจรงเปนเรองๆไป อังกฤษจงมการแบ่งแยกการดําเนนคดแพ่ง
ี
่
็
ี
ื
ี
ี
และคดอาญาออกจากกันโดยชัดเจนและมกฎเกณฑ์การรบฟงพยานหลักฐานโดยเคร่งครัด และสําหรับ คํา
ั
ั
ิ
ื
ิ
ี
ู
ิ
่
พพากษาในคดอาญาทพพากษาลงโทษจําเลยนั้น แม้จะถอว่าคดอาญามภาระการพสจน์มากกว่าก็ตาม แต่โดย
ี
ี
ี
ี
ื
ี
ิ
ั
ี
ส่วนใหญ่ถอว่า คําพพากษาเช่นน้ไม่อาจนํามารบฟงผูกมัดจําเลยในคดแพ่งได้ โดยมผู้พพากษาของอังกฤษ
ั
ิ
ได้ให้เหตผลในการไม่รบฟงข้อเท็จจรงทางอาญาว่า คําวินจฉัยของศาลในคดอาญานั้นเปนเพยงความเหน
ั
ี
็
ุ
ิ
ิ
ี
็
ั
ของศาลอนเท่านั้น มใช่พยานหลักฐานทเกียวข้องโดยตรงกับคดแพ่ง ประเด็นในคดแพ่งและคดอาญาไม่
ื
ิ
ี
่
่
ี
่
ี
ี
ี
ิ
ี
ตรงกันทเดยว คําวินจฉัยของศาลในคดอาญาถือเป็นเพียงความเห็นเท่านั้น จึงจะนําความเห็นมาฟังเป็นพยาน
ี
ิ
ี
็
็
ิ
ึ
ิ
ในคดหลังไม่ได้ คําวินจฉัยในคดอาญาเปนพยานบอกเล่าในคดหลัง แสดงให้เหนถงแนวปฏบัตของศาล
ี
ี
่
ิ
ี
ี
อังกฤษว่าจะไม่นําข้อเท็จจรงในคดอาญาทตัดสนแล้วมาใช้ในคดแพ่ง
ิ
ี
774

