Page 820 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 820
2
ี
่
ิ
ิ
แสวงหาพยานหลักฐานมาเพื่อพิสจน์ว่า จ าเลยได้กระท าความผิดจรงหรอไม่นั้น อาจเปนการกระท าทละเมด
ู
็
ื
ี
ิ
ิ
ั
ิ
่
ี
ี
่
ุ
ิ
สทธและเสรภาพของบคคล การทเจ้าพนักงานของรฐปฎบัตหน้าทตามมาตรการบังคับทางอาญา ไม่ว่าจะ
เปน การจับ การค้น การยึด โดยวิธการทกฎหมายก าหนดถกต้องทกประการ แต่พยานหลักฐานทได้มานั้น
ี
่
ู
ุ
็
ี
ี
่
ั
็
ี
ั
ึ
ี่
ี่
ึ
ี
่
่
เปนพยานหลักฐานทมลักษณะส่วนตัว ซงจะเปนข้อห้ามการรบฟงพยานหลักฐานอกแบบหนงทกฎหมาย
็
ี
ั
ี่
ื
ั
ั
ิ
ไทยยังไม่ได้มการบัญญัตไว้ คอข้อห้ามการรบฟงพยานหลักฐานททมลักษณะส่วนตัว เพราะถอว่าการรบฟง
่
ั
ี
ื
ี
็
ิ
ิ
ุ
ิ
ี
พยานหลักฐานประเภทน้ ีจะเปนการละเมดสทธส่วนบคคลมากเกินไป เช่น กรณตัวอย่างของประเทศ
ี
ิ
ุ
ิ
์
สหพันธสาธารณรฐเยอรมน ได้ตัดสนไว้ความว่า ศาลสงเยอรมันได้พิจารณาการตัดสนในชั้นอทธณว่าสมด
ุ
ั
์
ู
บันทกส่วนตัวของผู้ต้องหาสามารถรบฟงเปนพยานหลักฐานในศาลได้ ในคดน้เจ้าหน้าทต ารวจได้สมด
ั
ี
ั
ุ
ี
่
ึ
็
ี
ุ
ั
ึ
ึ
่
ู
ู
บันทกส่วนตัวของผู้ต้องหาโดยภรรยาของช้รกของจ าเลยได้น าสมดบันทกส่วนตัวซงถกซ่อนอยู่ในบ้านมา
ึ
ี
ี
ี
ให้เจ้าหน้าทต ารวจ ในคดน้ศาลได้ใช้ทฤษฎในการชั่งน ้าหนักความส าคัญสัดส่วนความรนแรงของความผิด
่
ี
ุ
ิ
และความน่าสงสัยว่าจ าเลยเปนผู้กระท าความผิดกับสัดส่วนความส าคัญของสทธและเสรภาพแห่งเอกชน
ี
ิ
็
ู
ั
ุ
ึ
ั
ศาลสงเยอรมันได้กลับค าตัดสนของศาลล่างทไม่รบฟงสมดบันทกส่วนตัวของจ าเลยเปนพยานหลักฐาน
ิ
็
่
ี
ิ
็
ิ
ื
ิ
ลงโทษจ าเลยเพราะถอว่าเปนการละเมดสทธส่วนบคคล (Judgmant of Fab. 21, 1964, BGH, 19BGHSt 325)
ุ
ี
ู
ั
ิ
ิ
็
ุ
4
ภายใต้รฐธรรมนญ มาตรา 1 และมาตรา 2 ดังจะเหนได้ว่า บทบัญญัตในมาตรา 226/1 ไม่มบัญญัตครอบคลม
ี
ั
ิ
ั
ึ
ึ
่
ี
ิ
ิ
ู
ี
่
ั
ถงข้อห้ามรบฟงพยานหลักฐานทมลักษณะส่วนตัว ทั้งทกฎหมายรฐธรรมนญได้บัญญัตรบรองถงสทธและ
ั
ิ
เสรภาพส่วนบคคลเอาไว้ ดังนั้นควรจะมการแก้ไขบทบัญญัตของกฎหมายโดยการบัญญัต โดยเพิ่มเรองข้อ
ื
ี
่
ุ
ิ
ี
่
ุ
็
ี
ั
ิ
ห้ามรบฟงพยานหลักฐานทมลักษณะส่วนตัว เพื่อเปนการค้มครองสทธและเสรภาพส่วนบคคล เพราะเจ้า
ิ
ี
ี
ั
ุ
ิ
พนักงานของรฐจะแสวงหาพยานหลักฐานโดยกระท าการล่วงละเมดสทธและเสรภาพส่วนบคคลนั้นไม่ได้
ั
ิ
ี
ุ
ิ
ศาลควรทจะปฎเสธไม่รบฟงพยานหลักฐานทได้มาเหล่าน้ในคด ี
ั
ิ
ี่
ี
ี
่
ั
ABSTRACT
Listening to the evidence will have rules for listening to evidence as provided in the Code of
Criminal Procedure, Section 2 6 , which states that "witnesses, witnesses, documents, personal witnesses
2
should prove that the defendant is wrong or innocent. To be claimed as evidence But must be a testimony
that is not caused by motivation, there is a promise, threatening Deceiving or abusing other things "and in
accordance with this Code or other laws regarding witness examination Which are as follows
All kinds of evidence that should prove that the defendant is wrong or innocent To be listened
to as evidence But must not be caused by motivation Having a promise, threatening, deceiving or otherwise
wrongfully It can be seen that Section 226 does not allow the court to exercise discretion in listening to the
main witnesses. But at the same time, if there is a violation of the criteria for evidence examination that has
4 อศราวุธ อ่อนน้อม, หลักการไม่รบฟงพยานหลักฐานทได้มาโดยมชอบ, หน้า 64-65
ั
ั
ิ
ี
่
ิ
801

