Page 843 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 843
่
ึ
้
ิ
ิ
ี
็
ี
ี
ิ
ี
รายร่างกายนายดํา นายดําซงเปนผู้เสยหายในคดอาญาก็มสทธฟองในทางแพ่งเรยกค่าสนไหมทดแทน
้
ื
ื
ี
เช่น การคนหรอใช้ราคาทรพย์ และค่าเสยหายอน ๆ อกด้วย
ื
ี
ั
่
ี
่
่
้
ี
ี
่
2.1.1 ผู้มอํานาจฟองคดแพ่งทเกียวเนองกับคดอาญา
ี
ื
่
ี
ี
1) ผู้เสยหายในคดอาญาทได้รบความเสยหายทางแพ่ง ซงหมายความรวมถง บคคลอนผู้สบ
ื
ี
่
ุ
ึ
ื
่
ี
ึ
ั
ี
ี
ุ
สทธของบคคลนั้น เช่น ทายาท บางกรณผู้เสยหายในคดอาญา ก็อาจไม่ใช่ผู้ได้รบความเสยหายในทางแพ่ง
ี
ั
ิ
ี
ิ
2) พนักงานอัยการ ประมวลกฎหมายวธพจารณาความอาญา มาตรา 43 ให้อัยการทียืนฟ้อง
่
ี
ิ
่
ิ
่
ี
ั
่
ั
ิ
ิ
ื
ี
ี
ี
ี
ี
ี
่
ื
คดอาญาทจะเรยกทรพย์สน หรอราคา แทนผู้เสยหายด้วย หน้าทของพนักงานอัยการทจะเรยกทรพย์สนหรอ
ี
ิ
ราคาแทนผู้เสยหายนั้น จํากัดเฉพาะความผิดทระบไว้ในประมวลกฎหมายวธพจารณาความอาญา มาตรา 43
ุ
ิ
ี
่
ี
เท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงไม่รวมความผิดฐาน “โกงเจ้าหนี้” ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญาอยู่คนละหมวดกับ
ความผดฐาน “ฉ้อโกง” อย่างไรก็ตาม ความผิดฐาน “ยักยอก” ตามประมวลกฎหมายวิธพจารณาความอาญา
ิ
ี
ิ
มาตรา 43 ศาลฎการวมถงความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 147 แต่ความผดฐาน
ั
ี
ึ
ิ
“ฉ้อโกง” ไม่รวมไปถึงความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี
แม้จะมคําว่า “หลอกลวงผู้อน” อยู่ในมาตรา 91 ตร ก็ตาม แต่ความผดฐาน “ฉ้อโกง” ย่อมรวมถงความผิดฐาน
ิ
ี
ึ
ื
ี
่
“ฉ้อโกงประชาชน” ตาม ป.อ. มาตรา 343 ด้วย ความผิดทีระบุไว้ในมาตรา 43 นั้น หากศาลพิพากษาว่าจําเลย
่
ี
(ทมได้ระบไว้ในมาตรา 43 ) ซงเปน “บทหนัก” ตาม ป.อ. มาตรา 90 อัยการก็มคําขอให้คนหรอใช้ราคา
ื
ี
ิ
ุ
ึ
่
็
่
ื
ั
ทรพย์ให้
ึ
ี
่
โดยทประมวลกฎหมายวธพจารณาความอาญา มาตรา 40 บัญญัตข้นด้วยความมุ่งหมาย
ิ
ี
ิ
ิ
ี
่
่
่
ี
ื
ี
ี
่
ี
ื
็
เพอให้ความสะดวกแก่ผู้เสยหายทตกเปนโจทก์ในคดอาญา กล่าวคอ สามารถนําคดแพ่งทเกียวเนองกับ
่
ื
่
็
ี
คดอาญามาฟองยังศาลทมอํานาจชําระคดอาญาได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เสยหายทเปนโจทก์ก็ยังมอํานาจทจะ
ี
ี
ี
ี
ี
้
ี
่
ี
่
แยกฟองคดแพ่งทีเกียวเนืองกับคดีอาญานั้นยังศาลทีมีอํานาจชําระคดีแพ่งต่างหากจากคดีอาญาได้ หากแยก
่
่
่
่
ี
้
้
ี
ี
้
้
ี
้
ิ
ี
ฟอง ก็สามารถฟองคดแพ่งก่อน และต่อมาค่อยฟองคดอาญาก็ได้ ไม่มกฎหมายบัญญัตให้ต้องฟองคดแพ่งไป
ี
้
พรอมกับคดอาญา และโจทก์ก็ไม่จําต้องฟ้องคดีแพ่งก่อนศาลชั้นต้นมีคําพิพากษาในคดีอาญาเสร็จเด็ดขาด
ิ
็
ี
ิ
การพจารณาคดแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความอาญา มาตรา 40 บัญญัตให้เปนไปตามประมวล
ี
ิ
ี
กฎหมายวิธพจารณาความแพ่ง
ี
ี
ิ
้
ี
ิ
หากฟองคดแพ่งพรอมกับคดอาญาแล้ว การพจารณาคดแพ่งจักทําให้การพจารณาคดอาญา
ี
้
ั
ล่าช้าหรอตดขัด ประมวลกฎหมายวิธพจารณาความอาญา มาตรา 41 กําหนดว่า ศาลมอํานาจส่งแยกคดแพ่ง
ื
ิ
ี
ิ
ี
ี
ิ
ี
่
ออกจากคดอาญาและพจารณาต่างหากโดยศาลทมอํานาจชําระคดแพ่ง ในการพจารณาคดแพ่งทฟองมา
้
ี
ี
ี
ิ
ี
่
ี
ี
ื
ี
่
พรอมกับคดอาญานั้น ถ้าพยานหลักฐานทนําสบแล้วในคดอาญาไม่เพียงพอ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
้
ี
ิ
ี
ความอาญา มาตรา 42 วรรคหนงและวรรคสอง ให้อํานาจศาลเรยกพยานหลักฐานมาสบเพ่มเตมอกก็ได้ ใน
่
ึ
ื
ี
ิ
ี
ิ
้
ิ
ี
่
ี
ี
กรณเช่นนั้น ศาลจะพพากษาคดอาญาไปก่อน ส่วนคดแพ่งจะพพากษาในภายหลังก็ได้ กรณทมการฟองคด ี
ี
ี
้
ี
แพ่งมาพรอมกับคดอาญา หากศาลพพากษาคดส่วนอาญาแล้ว ศาลต้องวินิจฉัยคดีส่วนแพ่งด้วย หรืออาจจะ
ี
ิ
ี
สั่งแยกคดแพ่งออกจากคดอาญาโดยให้ไปฟองคดแพ่งใหม่ก็ได้โดยศาลทมอํานาจชําระคดแพ่ง
่
้
ี
ี
ี
ี
ี
824

