Page 81 - ทร 21001
P. 81
72
้
์
็
ื
ู
็
่
้
ความรูยุคที 2 เปนความรในคน หรออยู่ในความสัมพันธระหว่างคน เปนการ ค้นพบ
ุ
่
ั
ี่
้
์
ี
ื
ึ
ี
ุ
้
ุ
ู
ี
“ภูมปญญา” ทอยู่ในตัวคน ทกคนมความรเพราะทกคนท างาน ทกคนมสัมพันธกับผู้อน จงย่อมมความรท ่ ี
ิ
ู
ฝงลกในตัวคนทเกิดจากการท างาน และการมความสัมพันธกันนั้น เรยกว่า “ความรอันเกิดจาก
่
ึ
ั
ี
้
ี
์
ู
ี
ึ
่
ื
์
ึ
้
ี
่
ประสบการณ” ซงความรยุคท 2 น้ มคณประโยชน์ 2 ประการ คอ ประการแรก ท าให้เราเคารพซงกันและ
ี่
ู
ี
ุ
ี
ี่
ื
้
ี
กันว่าต่างก็มความร ประการท 2 ท าให้หน่วยงาน หรอองค์กรทมความเชอเช่นน้ สามารถใช้ศักยภาพแฝง
ื
ี
ี
่
ู
่
ของทกคนในองค์กรมาสรางผลงาน สรางนวัตกรรมให้กับองค์กร ท าให้องค์กรมการพัฒนามากข้น
้
ุ
ึ
ี
้
การจดการความรู ้
ั
การจัดการความร (Knowledge Management) หมายถง การจัดการกับความร และประสบการณ
์
ู
ึ
้
้
ู
ู
้
ี
์
่
ี
ั
ทมอยู่ในตัวคน และความรเด่นชัด น ามาแบ่งปนให้เกิดประโยชนต่อตนเอง และองค์กร ด้วยการ
ผสมผสานความสามารถของคนเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม มเปาหมาย เพื่อการพัฒนางาน พัฒนาคน และ
ี
้
พัฒนาองค์กรให้เปนองค์กรแห่งการเรยนร ้ ู
ี
็
ึ
็
้
ู
็
ู
ั
ี
่
้
ู
ในปจจบันและในอนาคตโลกจะปรบตัวเข้าส่การเปนสังคมแห่งการเรยนร ซงความรกลายเปน
ั
ุ
ู
ั
็
้
้
ปจจัยส าคัญในการพัฒนาคน ท าให้คนจ าเปนต้องสามารถแสวงหาความรพัฒนา และสรางองค์ความร ู ้
็
่
ิ
ิ
ี
่
ื
ู
อย่างต่อเนอง เพือน าพาตนเองส่ความส าเรจ และน าพาประเทศชาตไปส่การพัฒนา มความเจรญก้าวหน้า
ู
และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้
ู
็
ุ
้
ู
้
ี
ึ
คนทกคนมการจัดการความรในตนเองแต่ยังไม่เปนระบบ การจัดการความรเกิดข้นได้ใน
ู
ั
ิ
ี
้
ี่
ู
่
ู
้
ี
ครอบครวทมการเรยนรตามอัธยาศัย พ่อแม่สอนลก ปูย่า ตายาย ถ่ายทอดความร และภมปญญาให้แก่
ู
ั
ลกหลานในครอบครว ท ากันมาหลายชั่วอายุคน โดยใช้วิธธรรมชาต เช่น พูดคย สั่งสอน จดจ า ไม่ม ี
ี
ู
ิ
ุ
ั
่
ี
็
่
็
้
ู
ู
ึ
กระบวนการทเปนระบบแต่อย่างใด วิธการดังกล่าวถอเปน การจัดการความรรปแบบหนง แต่อย่างไรก็
ี
ื
ั
ี
ตาม โลกในยุคปจจบันมการเปลยนแปลงอย่าง รวดเรวในด้านต่าง ๆ การใช้วิธการจัดการความรแบบ
ี
่
ู
้
็
ุ
ี
ิ
ธรรมชาต อาจก้าวตามโลกไม่ทัน จงจ าเปนต้องมกระบวนการทเปนระบบ เพือช่วยให้องค์กรสามารถท า
ี่
็
่
ึ
็
ี
ุ
ให้บคคลได้ใช้ความรตามทต้องการได้ทันเวลา ซงเปนกระบวนการพัฒนาคนให้มศักยภาพ โดยการสราง
้
่
ึ
้
ี่
ู
็
ี
ึ
ิ
ู
และใช้ความรในการปฏบัตงานให้เกิดผลสัมฤทธ์ ิดข้นกว่าเดม การจัดการความรหากไม่ปฏบัตจะไม่
ู
้
ิ
ี
ิ
ิ
้
ิ
ึ
็
้
ื่
เข้าใจเรองการจัดการความร นั่นคอ “ไมท า ไมรู” การจัดการความรจงเปนกิจกรรมของนักปฏบัต ิ
ู
ิ
้
ู
ื
่
่
้
้
ู
ี
่
้
็
ึ
ี
ู
้
ื
กระบวนการจัดการความรจงมลักษณะเปนวงจรเรยนรทต่อเนองสม าเสมอ เปาหมายคอการพัฒนางาน
่
่
ี
ื
ิ
และพัฒนาคน การจัดการความรทแท้จรงเปนการจัดการความรโดยกล่มผู้ปฏบัตงานเปนการด าเนน
ิ
็
ุ
้
ู
้
็
ิ
ู
ี่
ิ
ุ
ึ
้
่
กิจกรรมร่วมกันในกล่มผู้ท างาน เพือช่วยกันดง “ความรูในคน” และคว้าความรภายนอกมาใช้ในการ
ู
้
ื
ั
็
ู
้
ั
ู
้
ี่
ึ
่
ึ
ู
้
ท างาน ท าให้ได้รบความรมากข้น ซงถอเปนการยกระดับความรและน าความรทได้รบการยกระดับไปใช้
่
ื
็
ิ
ิ
ึ
ู
็
ในการท างานเปนวงจรต่อเนองไม่จบส้น การจัดการความรจงต้องร่วมมอกันท าหลายคน ความคดเหนท ี่
ื
้
ี
ี
แตกต่างในแต่ละบคคลจะก่อให้เกิดการสรางสรรค์ด้วยการใช้กระบวนการแลกเปลยนเรยนร มปณธาน
่
ี
้
ิ
ุ
้
ู

