Page 122 - รายวิชาภาษาไทย(พท31001)
P. 122

122 | ห น า



               ใชไปนอกจากนี้ยังมีคําอีกพวกที่เรียกวา คําแสลง เปนคําที่มีอายุในการใชสั้นๆ จะนิยมใชเฉพาะวัยเฉพาะ
                       
                                                                               
               คนในแตละยุคสมัย เมื่อหมดสมัย หมดวัยนั้น คําเหลานี้ก็เลิกใชไป เชน กิ๊ก จาบ
                                                                             
                                                                  
                                                              
                         ตัวอยางคําแสลง เชน  กระจอก  กิ๊กกอก  เจาะแจะ  ซา  เวอ  จาบ ฯลฯ
                        
               ลักษณะเดนของภาษาไทย
                                             
                       1.  ภาษาไทยมีตัวอักษรเปนของตนเอง
                                                            ั้
                                                  ั
                         เปนที่ทราบวาภาษาไทยมีตวอักษรมาตงแตครั้งกรุงสุโขทัยแลว  ววฒนาการตามความ
                                                                                     ิ
                                                                                       ั
               เหมาะสมมาเรื่อยๆ จนถึงปจจุบัน โดยแบงเปน 3 ลักษณะ คือ
                         1.  เสียงแท มี 24 เสียง ใชรูปสระ 32 รูป
                         2.  เสียงแปรมี 21 เสียง ใชรูปพยัญชนะ 44 ตัว

                                                   
                                      ี
                         3.  เสียงดนตรหรือวรรณยุกตมี 5 เสียง ใชรูปวรรณยุกต 4 รูป
                       2.  ภาษาไทยแทมีพยางคเดียวหรือเปนภาษาคําโดดและเปนคําที่มีอิสระใน

               ตัวเอง ไมตองเปลี่ยนรูปคําเมื่อนําไปใชในประโยค เชน
               เปนคําที่มีพยางคเดียว สามารถฟงเขาใจทันที คือ
                              
                         คํากริยา  กิน  นอน  เดิน  นั่ง  ไป  มา ฯลฯ

                         คําเรียกเครือญาติ  พอ แม  ลุง  ปา  นา  อา  ปู  ยา ฯลฯ
                                                        
                         คําเรียกซื่อสัตว  นก  หนู  เปด  ไก  มา  ชาง ฯลฯ

                         คําเรียกชื่อสิ่งของ  บาน  เรือน  นา  ไร  เสื้อ  ผา  มีด ฯลฯ
                                                                
                         คําเรียกอวัยวะ  ขา  แขน  ตีน  มือ  หู  ตา  ปาก ฯลฯ


               เปนคําอิสระไมเปลี่ยนแปลงรูปคําเมื่อนําไปใชในประโยค เชน

                                 
                         ฉันกินขาว
                         พอตฉัน
                              ี

                       คาวา “ฉัน” จะเปนประธานหรือกรรมของประโยคก็ตามยังคงใชรูปเดมไมเปลี่ยนแปลง ซึ่งตาง
                        ํ
                                                                                  ิ
                                                                                          ํ
               ภาษาองกฤษ  ถาเปนประธานใช  “I”  แตเปนกรรมจะใช  “ME”  แทน  เปนตน  คาทุกคาในภาษาไทยมี
                     ั
                                                                                     ํ
               ลักษณะเปนอิสระในตัวเอง ซึ่งเปนลักษณะของภาษาคําโดด
                       3.  ภาษาไทยแทมีตัวสะกดตามตรา              ซึ่งในภาษไทยนั้นมีมาตราตะวสะกด

               8 มาตรา คือ
                         แม   กก  ใช   ก   สะกด   เชน       นก   ยาก   มาก   เด็ก

                         แม   กด   ใช   ด   สะกด   เชน      ผิด   คิด     ราด   อด

                         แม   กบ   ใช   บ   สะกด   เชน      กบ   พบ       ดาบ   รับ

                         แม   กง   ใช   ง   สะกด   เชน      จง     ขัง    ลิง     กาง
   117   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127