Page 127 - รายวิชาภาษาไทย(พท31001)
P. 127
ห น า | 127
การสรางคําขึ้นใชในภาษาไทย
การสรางคําในภาษาไทยมีหลายวิธี ทั้งวิธีเปนของเราแทๆ และวิธีที่เรานํามาจากภาษาอื่น วิธีที่เป
ํ
ํ
นของเราไดแก การผันเสียงวรรณยุกต การซ้ําคา การซอนคาและการประสมคา เปนตน สวนวิธีที่นํามา
ํ
จากภาษาอื่น เชน การสมาส สนธิ การเติมอุปสรรค การลงปจจัยดังจะไดกลาวโดยละเอียดตอไปน ี้
ั
1. การผนเสียงวรรณยุกต วิธีการนี้วรรณยุกตที่ตางออกไปทําใหไดคาใหม
ํ
เพิ่มขึ้น เชน
เสือ เสื่อ เสื้อ
นา นา นา
นอง นอง นอง
2. การซ้ําคํา คอการสรางคําดวยการนําเอาคาที่มีเสียงและความเหมือนกันมาซ้ํากันเพื่อเปลี่ยน
ื
ํ
แปลงความหมายของคําแตกตางไปหลายลักษณะคือ
2.1 ความหมายคงเดิม เขาก็ซนเหมือนเด็กทั่วๆ ไปลูกยังเล็กอยาใหนั่งริมๆไมปลอดภัย
2.2 ความหมายเดนชัดขึ้น หนักขึ้นหรือเฉพาะเจาะจงขึ้นกวาความหมายเดิม
สอนเทาไหรๆ ก็ไมเชื่อ กินอะไรๆ ก็ไมอรอย
ํ
ํ
บางคําตองการเนนความของคาใหมากที่สุดก็จะซ้ํา 3 คาดวยการเปลี่ยนวรรณยุกตของ
คํากลาง เชน ดีดี๊ดี บางบางบาง รอรอรอ หลอลอหลอ เปนตน
2.3 ความหมายแยกเปนสัดสวนหรือแยกจํานวน เชน
เก็บกวาดเปนหองๆไปนะ(ทีละหอง)
พูดเปนเรื่องๆ ไป (ทีละเรื่อง)
2.4 ความหมายเปนพหูพจนเมื่อซ้ําคําแลวแสดงใหเห็นวามีจํานวนเพิ่มขึ้น เชน
เขาไมเคยกลับบานเปนปๆ แลว
เด็กๆ ชอบเลนซน ใครๆ ก็รู
ชาๆ ไดพราสองเลมงาม กินๆ เขาไปเถอะ
ํ
ํ
ํ
ิ
จะเห็นวาคาที่ซ้ํากันจะมีทั้งคานาม กรยา คาสรรพนาม และจะมีการบอกเวลา บอก
จํานวนดวย
2.5 ความหมายผิดไปจากเดิมหรือเมื่อซ้ําแลวจะเกิดความหมายใหมหรือมีความหมายแฝง เช
น
เรื่องหมูๆ แบบนี้สบายมาก (เรื่องงายๆ)
อยูๆ ก็รองขึ้นมา (ไมมีสาเหตุ)

