Page 134 - รายวิชาภาษาไทย(พท31001)
P. 134

134 | ห น า



                       ค.  ประโยคบอกใหทําหรือประโยคคําสั่ง เปนประโยคที่ผูพูดใชเพื่อใหผูฟงกระทําอาการบางอย
                                     
                           
               างตามความตองการของผูพูด การบอกใหผูอื่นทําตามความตองการของตนนั้นอาจตองใชวิธีขอรองออน
               วอน วิงวอน เชิญชวน บังคับ ออกคําสั่ง ฯลฯ

               การเรียงลําดับในประโยค

                                                                           ี
                       การเรียงลําดับในภาษาไทยมีความสําคัญมากเพราะถาเรยงลําดบตางกันความสัมพันธ
                                                                                  ั
               ของคําในประโยคจะผิดไป เชน
                                              
                                                           
                       สุนัขกัดงู    สุนัขเปนผูทํา     งูเปนผูถูกกระทํา
                       งูกัดสุนัข    งูเปนผูทํา      สุนัขเปนผูถูกกระทํา
                                                              
                                           



                       
               โครงสรางของประโยค
                       ประโยคในภาษาไทยแบงเปน 3 ชนิด คือ

                       ก.  ประโยคความเดียว คือประโยคที่มุงกลาวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียวและสิ่งนั้นแสดงกิริยา
                                                       
               อาการหรืออยูในสภาพอยางใดอยางหนึ่งแตเพียงอยางเดียว  ประโยคความเดียวแบงออกเปนสวนสําคัญ 2
                           
                                                    
               สวน  คือภาคประธานและภาคแสดง  เชน
                       ผูหญิงชอบดอกไม ถึงแมจะมีรายละเอียดเขาไปในประโยค ก็ยังเปนประโยคความเดยว เชน ผู
                                                                                               ี
               หญิงคนนั้นชอบดอกไมสวย

                                            ื
                       ข.  ประโยคความซอน คอ ประโยคความเดียวที่เพิ่มสวนขยายภาคประธานหรือภาคแสดงดวย
                                                                                               ํ
               ประโยค ทําใหโครงสรางของประโยคเปลี่ยนไปแตถาประโยคที่เพิ่มขึ้นนั้นเปนประโยคชวยจากัดความ
               หมายของคําถามหรือคํากริยา ก็เปนประโยคซอน เชน

                       ผูหญิงที่นั่งขางๆ ฉันชอบดอกไมที่อยูในแจกัน
                        
                                                      
                                 
                                                                               ื
                       ประโยคที่ชวยจํากัดความหมายของคานาม  “ดอกไม”  คอประโยคที่วา  “ที่อยูใน
                                                         ํ
               แจกัน” เปนตน
                           
                       ค.  ประโยคความรวม คือ ประโยคที่มีสวนขยายเพิ่มขึ้นและสวนที่ขยายสัมพันธกับประโยคเดิม
                      ํ
               โดยมีคาเชื่อม และ แตถา ฯลฯ อยูขางหนาหรืออยูขางในประโยคเดิมหรือประโยคที่เพิ่มขึ้น ทําใหรูวา
                                   
               ประโยคทั้งสองสัมพันธกันอยางไร เชน
                        
                                                           
                        ู
                       ผหญิงชอบดอกไมสวนเด็กชอบของเลน  เปนประโยคความรวม
                                                                                          ื
                                                                                                      ็
                       ประโยคที่เพิ่มขึ้นและสัมพันธกับประโยคเดิมโดยมีคําเชื่อม “สวน” มาขางหนาคอประโยค “เดก
               ชอบของเลน” เปนตน
                                
   129   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139